ขั้นตอนการลงทะเบียน

1. สมัครสมาชิก

สำหรับผู้ใช้งานครั้งแรก ต้องทำการสมัครสมาชิก Weloveshopping ก่อน สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

2. สมัครเปิดร้านค้า

เมื่อท่านสมัครสมาชิกสำเร็จแล้ว ระบบจะนำท่านเข้าสู่หน้า สมัครเปิดร้านค้า

สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก WeLoveShopping อยู่แล้วสามารถล็อคอินและ สมัครเปิดร้านค้าที่นี่ (สำหรับบุคคลธรรมดา)

สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก WeLoveShopping อยู่แล้วสามารถล็อคอินและ สมัครเปิดร้านค้าที่นี่ (สำหรับนิติบุคคล)


3. กรอกข้อมูลเจ้าของร้าน

กรอกชื่อ-สกุล เลขที่บัตรประชาชนของเจ้าของร้านค้า

จากนั้น อัพโหลดไฟล์สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของร้านค้าที่เซ็นรับรองสำเนาถูกต้องและเขียนคาดหน้าว่า “ใช้เพื่อสมัครเปิดร้านค้ากับ Weloveshopping
และใช้บริการ True Money เท่านั้น

หมายเหตุ :

     - การอัพโหลดเอกสารสามารถทำภายหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ได้

     - เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบชื่อ-สกุล เลขที่บัตรประชาชนที่กรอกมาในระบบ กับเอกสารที่อัพโหลดมาว่าถูกต้องตรงกันหรือไม่ หากถูกต้องตรงกัน เจ้าหน้าที่จึงจะอนุมัติให้เปิดร้านค้าได้

4. กรอกข้อมูลร้านค้า

     4.1 เลือกหมวดหมู่ร้านค้าที่ตรงกับสินค้าในร้าน หากร้านค้าขายสินค้าหลายหมวดหมู่ ให้เลือกหมวดหมู่ที่ร้านค้ามีสินค้ามากที่สุดเป็นหลัก

     4.2 ใส่ชื่อร้านค้า ความยาวไม่เกิน 30 ตัวอักษร

     4.3 ใส่ชื่อ URL ที่ต้องการใช้งาน โดยมีเงื่อนไขดังนี้

          - ต้องเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็ก ความยาว 4-20 ตัวอักษร

          - จะต้องไม่เป็นชื่อที่ซ้ำกับ URL ของร้านค้าอื่นบน WeStore ซึ่งร้านค้าสามารถตรวจสอบ URL ว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่จากปุ่ม “ตรวจสอบ” ด้านล่าง

          - URL ของร้านค้า WeStore มีรูปแบบดังนี้ http://store.weloveshopping.com/ชื่อร้านค้าภาษาอังกฤษ...

          - ชื่อ URL นี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในภายหลัง

     4.4 กรอกที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ของร้านค้าที่สามารถติดต่อได้ั
     4.5 ทำเครื่องหมาย / ด้านหน้าข้อความ "ฉันเข้าใจและยอมรับ นโยบายและเงื่อนไขการให้บริการของเวปไซต์" ระบบจะแสดงข้อมูลให้อ่านเงื่อนไข ให้เลื่อนอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกจนถึงบรรทัดสุดท้าย และกดปุ่ม "ยืนยันการสมัคร"


5. ยืนยันการสมัคร

เมื่อคลิกยืนยันการสมัครเพื่อยอมรับเงื่อนไข พร้อมทั้งคลิกปุ่ม “ยืนยันการสมัคร” แล้ว จากนั้นเว็บไซต์จะแสดงหน้าต้อนรับ พร้อมแสดงชื่อร้านค้า ID ร้านค้าและ URL ร้านค้า รวมทั้งข้อมูลเหล่านี้ไปทางอีเมล์ที่ใช้สมัครเปิดร้านด้วย ซึ่งถือเป็นการยืนยันว่าท่านได้ทำการสมัครเปิดร้านค้าเสร็จสมบูรณ์แล้ว



ขั้นตอนการเปิดร้านค้า

หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการสมัครแล้ว ท่านสามารถเปิดร้านค้าได้โดยดำเนินการตาม 4 ขั้นตอนด้านล่างนี้ เมื่อกรอกข้อมูลในแต่ละขั้นตอนเสร็จสมบูรณ์ สัญลักษณ์ของขั้นตอนนั้นๆ จะปรากฏเป็นสี และเมื่อกรอกข้อมูลครบทั้ง 4 ขั้นตอน ระบบจะแสดงปุ่ม “ เปิดร้านค้า” สีเขียว เพื่อให้ท่านกดเปิดร้านค้าได้


ขั้นตอนที่ 1 กรอกข้อมูลร้านค้า


428df5ca24db1d90c8b56de3028933f3.jpg

1. ไปที่เมนู “ข้อมูลร้านค้า” และกรอกข้อมูลทั่วไปของร้านค้าให้ครบถ้วน

  • ชื่อร้านค้าต้องมีความยาวไม่เกิน 30 ตัวอักษร
    (ระบบจะขึ้นชื่อร้านที่ท่านได้กรอกไปตอนสมัครเปิดร้าน)
  • ท่านสามารถเปลี่ยนชื่อร้านค้าได้ แต่ไม่สามารถเปลี่ยน URL ของร้านค้าได้

2. อัพโหลดโลโก้ร้านค้า (สามารถกลับมาอัพโหลดภายหลังได้)

  • ขนาด 238 x 238 pixels
  • ขนาดไฟล์ไม่ควรเกิน 3 MB
  • ประเภทของไฟล์ที่สามารถอัพโหลดได้ คือ .jpg , .gif และ .png เท่านั้น

3. อัพโหลดไฟล์สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของร้านค้า

  • เขียนรับรองเอกสารว่า “ใช้เพื่อสมัครเปิดร้านค้ากับ Weloveshopping และใช้บริการ True Money เท่านั้น”
  • ต้องเซ็นรับรองสำเนาถูกต้องด้วยลายมือเท่านั้น
  • รูปถ่ายบัตรประชาชนและลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์นั้นไม่สามารถใช้ประกอบการขอเปิดร้านได้
  • ขนาดไฟล์ไม่ควรเกิน 3 MB
  • ประเภทของไฟล์ที่สามารถอัพโหลดได้ คือ .jpg , .gif , .png และ .pdf เท่านั้น
  • เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบชื่อ-สกุล เลขที่บัตรประชาชนที่กรอกมาในระบบกับไฟล์เอกสารที่อัพโหลดมาว่าถูกต้องตรงกัน จึงจะอนุมัติให้เปิดร้านค้าได้
  • ระยะเวลาการอนุมัติเอกสาร ภายใน 3 วันทำการ หากอนุมัติแล้วระบบจะแสดงข้อความ “สถานะ ผ่านการตรวจสอบ”
  • กรอกข้อมูลการติดต่อ โซเชียลเน็ตเวิร์คของร้านค้า และแผนที่ จากนั้น กดปุ่ม “บันทึก”


ขั้นตอนที่ 2 เพิ่มสินค้า


5503f2826a910a23cc26299e86287c5d.jpg

1. ไปที่เมนู “เพิ่มสินค้า” และกรอกชื่อสินค้า

  • ความยาวไม่เกิน 80 ตัวอักษร

2. กรอกรายละเอียดของสินค้า

  • ไม่อนุญาตให้มีข้อมูลเบอร์โทร อีเมล์ โซเชียลเน็ตเวิร์ค บัญชีธนาคาร และชื่อเว็บไซต์หรือลิงค์ไปที่เว็บอื่นๆ
  • ดูนโยบายการลงสินค้าเพิ่มเติม คลิกที่นี่

3. เลือกหมวดหมู่สินค้าของ Weloveshopping

  • เลือกหมวดหมู่ที่ใกล้เคียงกับสินค้าชิ้นที่ลงขายให้มากที่สุด เพื่อสนับสนุนการค้นหาของระบบ Search Engine
  • เลือกประเภทของสินค้า เช่น สินค้าใหม่ หรือ สินค้ามือสอง

4. ใส่ข้อมูลสินค้าให้สอดคล้องกับการจัดส่งและระบบชำระเงิน

  • เลือกประเภทสินค้า เช่น “สินค้าพร้อมส่ง” หรือ “สินค้าพรีออเดอร์”
  • กำหนดระยะเวลาการเตรียมสินค้าหรือระยะเวลาการสั่งสินค้าตามความเป็นจริง โดยนับตั้งแต่วันที่ได้รับใบสั่งซื้อจนถึงวันที่ส่งสินค้าให้ลูกค้า ซึ่งระยะเวลานี้จะมีผลต้องระบบชำระเงินของร้านค้า 
  • กำหนดจำนวนสินค้าในคลังสินค้า กรอกรหัสสินค้าของร้าน และระบุราคาขาย

5. อัพโหลดรูปภาพสินค้า

  • คลิก “อัพโหลดรูปภาพใหม่” ในกรณีที่ไม่เคยสร้างอัลบั้มในคลังรูปภาพมาก่อน จากนั้นเลือกรูปภาพจากคอมพิวเตอร์ของท่าน และกด “บันทึก”
  • หากเคยสร้างอัลบั้มรูปภาพและอัพโหลดภาพสินค้าไว้ก่อนแล้ว สามารถคลิก “เลือกจากคลังรูปภาพ” เพื่ออัพโหลดได้เลย

6. ใส่แท๊ก (Tag) หรือคำหลักสั้นๆ ที่บอกลักษณะสินค้าซึ่งช่วยให้ลูกค้าค้นหาสินค้าเจอได้ง่ายขึ้น โดยสามารถใส่ได้หลายคำ

7. เพิ่มประสิทธิภาพในการค้นหาสินค้าโดยการกำหนด SEO ซึ่งโดยปกติระบบจะดึงข้อมูลชื่อสินค้าและรายละเอียดสินค้ามาแสดงในช่อง SEO โดยอัตโนมัติ แต่หากร้านค้าต้องการแก้ไขข้อความก็สามารถทำได้

8. กดแชร์สินค้าไปยังโซเชียลเน็ตเวิร์ค โดยจะต้องทำการเชื่อมต่อบัญชีของโซเชียลมีเดียของร้านค้ากับระบบก่อน โดยคลิก “ตั้งค่าการแชร์” และกดเชื่อมต่อกับบัญชีโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ต้องการ เมื่อทำการเชื่อมต่อแล้ว และมีการเลือกแชร์สินค้านั้น ระบบจะแชร์หน้ารายละเอียดสินค้านั้นไปยังโซเชียลเน็ตเวิร์คเมื่อร้านค้าทำการบันทึกสินค้าในระบบ

หมายเหตุ:

  1. ร้านค้าสามารถดูตัวอย่างหน้าสินค้าบนหน้าร้านค้าได้โดยคลิกที่เมนู “ดูตัวอย่างการแสดงผล” ที่มุมบนขวาของหน้าสินค้านั้นๆ
  2. ร้านค้าสามารถ “แสดง” หรือ “ซ่อน” สินค้าได้โดยการคลิกที่ปุ่มสถานะของสินค้าที่มุมบนขวาของหน้าสินค้านั้นๆ

screencapture-store-weloveshopping-com-jalajuneshop-admin-product-create-1431977243328

ขั้นตอนที่ 3 กำหนดค่าขนส่ง


b56c67cd0cf187ead649132d6d22072f.jpg


1. ไปที่เมนู “ ค่าขนส่ง” และกรอกระยะเวลาเตรียมของก่อนจัดส่งสินค้า ระยะเวลาเตรียมของในส่วนนี้จะถูกปรับใช้กับสินค้าทุกชิ้นในร้านค้า แต่หากมีสินค้าบางชิ้นที่มีระยะเวลาเตรียมของแตกต่างกัน ทางร้านค้าสามารถกำหนดระยะเวลาเพิ่มได้ที่เมนูรายการสินค้า ในหน้ารายละเอียดของสินค้าชิ้นนั้นๆ

2.เลือกประเภทการจัดส่ง ร้านค้าสามารถเลือกวิธีการจัดส่งได้ 2 แบบ คือ จัดส่งแบบลงทะเบียน และแบบ EMS โดยไปรษณีย์ไทย ซึ่งร้านค้าสามารถเลือกวิธีการจัดส่งได้ทั้ง 2 รูปแบบ จากนั้นทำการกำหนดค่าจัดส่งโดยเลือก 1 ใน 4 แบบย่อย ดังนี้

     2.1 แบบเหมา : ร้านค้าสามารถเลือกฟรีค่าจัดส่ง หรือกำหนดราคาจัดส่งแบบเหมารวมได้

     2.2 คิดตาม “น้ำหนักรวม” ต่อรายการสั่งซื้อ: ร้านค้ากำหนดช่วงน้ำหนักของสินค้า (รวมน้ำหนักหีบห่อ) และค่าจัดส่งได้เอง โดยสามารถตรวจสอบราคาค่าส่งพัสดุของไปรษณีย์ไทยได้ โดยคลิกที่ “คลิกเพื่อตรววจสอบราคา” ด้านขวามือ และสามารถเพิ่มช่วงน้ำหนักสินค้าได้ตามต้องการ โดยการคลิกที่เครื่องหมาย (+) สีเขียวทางด้านขวามือ

     2.3 คิดตาม “ราคารวม” ต่อรายการสั่งซื้อ: ร้านค้ากำหนดช่วงราคาของสินค้าและกำหนดค่าจัดส่งในแต่ละช่วงราคาได้ และสามารถเพิ่มช่วงราคาได้ตามต้องการ โดยการคลิกที่เครื่องหมาย (+) สีเขียวทางด้านขวามือ

     2.4 คิดตาม “จำนวนสินค้ารวม” ต่อรายการสั่งซื้อ: ร้านค้ากำหนดช่วงของจำนวนสินค้าและกำหนดค่าจัดส่งในแต่ละช่วงได้ และสามารถเพิ่มช่วงจำนวนสินค้าได้ตามต้องการ โดยการคลิกที่เครื่องหมาย (+) สีเขียวทางด้านขวามือ


ขั้นตอนที่ 4 ตั้งค่าระบบชำระเงิน


c3474ef17acb26787192af0a4d994089.jpg


1. ไปที่เมนู “ ช่องทางการรับชำระ” และเปิดบัญชี Wallet by True Money โดยคลิกที่ปุ่ม “เปิดบัญชี

2. กรอกข้อมูล อัพโหลดสำเนาบัตรประชาชนที่มีการเซ็นรับรองสำเนาตามตัวอย่าง และกดยืนยันการสมัครเปิดบัญชี

3. เมื่อการสมัครเสร็จสมบูรณ์ ระบบจะแสดงสถานะช่องทางการรับชำระเงิน ที่เมนู “ ช่องทางการรับชำระเงิน


ขั้นตอนสุดท้ายของการเปิดร้าน

เมื่อทำรายการทั้ง 4 ขั้นตอนข้างต้นเสร็จสมบูรณ์ ระบบจะแสดงปุ่ม “เปิดร้านค้า” สีเขียว ร้านค้าสามารถกดปุ่มเพื่อทำการเปิดร้านได้ทันที