How To แต่งหน้ารับปริญญาด้วยตัวเอง หวานใสในงบเบาๆ

0

How To แต่งหน้ารับปริญญาด้วยตัวเอง หวานใสในงบเบาๆ

วันรับปริญญา ถือเป็นหนึ่งวันสำคัญที่สาวๆ ขอสวยมั่นใจให้ถึงที่สุด แต่กว่าจะเป๊ะทั้งเสื้อผ้าหน้าผมก็ต้องใช้งบมิใช่น้อย แถมยังไม่รู้จะออกมาสวยถูกใจเราหรือเปล่า การแต่งหน้ารับปริญญาเองจึงถือเป็นตัวเลือกดีๆ ที่จะทำให้เราสวยจัง ตังค์เหลือเพียบค่ะสาวๆ Women Society จึงนำเอา How To แต่งหน้ารับปริญญาแบบหวานซ่อนเปรี้ยว ของเมคอัพกูรูสาวสวย คุณ Jelly Fat Fish มาฝากกันค่ะ ใช้งบเบาๆ แต่ออกมาสวยหวานน่ารักแบบมือโปรเลยทีเดียว นอกจากรับปริญญาก็ยังแต่งออกงานต่างๆ ได้อีกด้วยนะ ใครชอบสไตล์หวานซ่อนเปรี้ยวมาแต่งตามกันเลยค่า

1

อุปกรณ์สำหรับเบสเมคอัพมีดังนี้

2

กันแดด MizuMi UV Water Serum SPF 50+ PA ++++

เบส Etude Beauty Shot Face Blur SPF 15 PA+

รองพื้น Modeling Liquid Foundation #YO02 , Make up forever HD foundation #153

ไฮไลท์เนื้อครีม YSL touche eclat

แป้งฝุ่น Candy Doll 01

บรอนเซอร์ 4U2 highlight & shading celebrity
______________________

หลังจากที่เราตื่นนอนมาแล้วก็ให้ล้างหน้าให้สะอาดนะคะ คราวนี้ไม่ต้องทาครีมใดๆทั้งสิ้น

ให้เราเริ่มจากการใช้น้ำแร่ฉีดให้ทั่วใบหน้าให้ผิวชุ่มชื่นแทน

แล้วตามด้วยกันแดด MizuMi UV Water Serum SPF 50+ PA ++++

เลือกครีมกันแดดสูตรเนื้อบางเบาเกลี่ยแล้วเป็นน้ำๆ เพราะไม่หนักหน้า เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบขาว

ใครที่หน้ามันก็ใช้ได้เพราะเป็นสูตรคุมมัน ถ้าใครเหงื่อออกง่ายให้ใช้สูตรกันน้ำ

จะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนมากยิ่งขึ้น

“กันแดดสำคัญมาก เพราะเราต้องเจอทั้งแดดทั้งลม ใครไม่ทาระวังหน้าดำนะน้องนะ”

2

ลงกันแดดเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ตามด้วยไพร์เมอร์หรือเบสตามสภาพผิวของแต่ละคน

จูนสภาพผิวปรกติค่อนไปทางแห้ง ก็จะเลือกใช้เบสที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้กับผิว

ครั้งนี้ใช้ Etude Beauty Shot Face Blur SPF 15 PA+ เพราะมีคุณสมบัติช่วยเรื่องการถ่ายภาพ

ให้ผิวเรียบลื่นเกลี่ยรองพื้นง่ายขึ้น ไม่มันไม่แห้ง ผิวดูนวลๆตรงกับความต้องการพอดี

วิธีการลงไม่ต้องลงหนานะคะให้ลงบางๆทั่วใบหน้า ใช้นิ้วมือกดเบาๆให้ซึมเข้าผิว

ต่อด้วยการลงรองพื้น

เราจะเลือกรองพื้นที่พอดีกับสีผิว ถ้าเป็นสาวผิวมันหรือผิวหน้าหมองระหว่างวัน

ให้เลือกรองพื้นที่สว่างกับผิวประมาณ 1 เฉด

ลงรองพื้นให้ทั่วใบหน้า จะใช้นิ้วมือหรือแปรงก็ได้ ตามความถนัด

แล้วใช้ฟองน้ำชุบน้ำหมาดๆ กดซับเพื่อเกลี่ยรองพื้นและเก็บส่วนเกินออก

ฟองน้ำจะช่วยให้รองพื้นซึมติดผิวหน้าได้ดียิ่งขึ้น

3

มาสร้างมิติให้ใบหน้ากันต่อ โดยการใช้รองพื้นสีเข้มขึ้นมาประมาณ 1-2 เฉด

ลงที่บริเวณกรอบหน้า ไรผม ปีกจมูก แล้วเกลี่ยให้กลมกลืน(ภาพด้านขวา)

ใครที่หน้าเหลี่ยมหน้ากลม เฉดดิ้งไม่เป็น วิธีง่ายๆคือ

ปัดยังไงก็ได้ให้รูปหน้าใกล้เคียงรูปไข่มากที่สุด เท่านี้เองค่ะ

ใครที่ลงรองพื้นขาวกว่าผิวมากเกินไป วิธีนี้ช่วยแก้อาการหน้าขาวกว่าคอได้ด้วยนะคะ

เพิ่มความไบร์ทให้หน้าพุ่งด้วย YSL touche eclat

บริเวณสันจมูก ใต้ตา คางและรอยหยักของริมฝีปาก

ใครที่มีรอยสิว รอยแดง รอยดำ ให้ใช้คอนซีลเลอร์สีเดียวกับผิวกลบรอยในตอนนี้ได้เลย

4

เกลี่ยให้กลมกลืน แล้วเซ็ตทั้งหมดด้วยแป้งฝุ่น

โดยจะใช้แปรงพุ่มใหญ่ๆฟูๆปัดเพียงบางๆ แค่ให้รองพื้นไม่หนึบผิวก็เพียงพอแล้ว

หลังจากนั้น ให้ดูว่ามีส่วนไหนที่ต้องการปกปิดเพิ่มค่อยใช้แป้งผสมรองพื้นสีพอดีผิว

ลงด้วยแปรงเบาๆจะทำให้ปกปิดได้ดีขึ้นและหน้าไม่ดูหนาโบ๊ะด้วยค่ะ

5

หลังจากลงแป้งแล้ว เราจะมาย้ำการสร้างมิติให้ใบหน้าด้วยผลิตภัณฑ์แบบฝุ่น เพื่อให้ติดทนทั้งวัน

เฉดดิ้ง 4U2 highlight & shading celebrity

ไฮไลท์ Catrice Velvet matt eyeshadow 010 vanillaty fair

สีที่ใช้ในการเฉดดิ้งควรใช้แบบเนื้อแมทสีน้ำตาลอมเหลือง

จะเข้ากับสีผิวสาวไทยมากกว่าสีน้ำตาลอมส้ม

จูนชอบตัวนี้ของ 4U2 มากๆ ราคาไม่แพง สีสวย ติดทน แต่ยังไม่ถูกใจไฮไลท์ที่คู่มาด้วยเท่าไหร่

ถ้าไฮไลท์เป็นแบบเนื้อแมทคงจะโดนกว่านี้ ไฮไลท์ที่ชอบและตอนนี้ใช้บ่อยมากๆ

เป็นของ catrice รุ่นจริงๆเป็นอายชาโดว์ แต่เอามาทำไฮไลท์สวยมาก

6

สีครีมเนื้อเกือบๆแมท แอบมีชิมเมอร์สีทองละเอียดผสมเล็ดน้อยแทบมองไม่เห็น แต่ให้ออร่า

เวลาปัดทำให้หน้าดูพุ่งแบบนวลเนียนขึ้นแบบธรรมชาติ ไม่มันย่อง

เด็กๆใช้กับงานรับปริญญา หรืองานกลางแจ้งได้สบายมาก ผิวมันก็ใช้ได้นะคะ ดีมากเลย

7
จะเห็นในรูปว่าเมื่อคอนทัวร์หน้าแล้วหน้าจะดูมีมิติ และสีผิวด้านข้างไม่ลอยจากคอ

แต่ในภาพนี้ยังไม่ได้ไฮไลท์นะคะ ไม่งั้นจะดูพุ่งกว่านี้อีก

จูนจะไฮไลท์ในขั้นตอนท้าย ก่อนทาลิป

แต่ใครจะลงไปพร้อมๆกับตอนเฉดดิ้งก็ทำได้นะ ผลไม่ต่างกัน

การไฮไลท์ เฉดดิ้ง สำคัญมากเลยกับวันที่ต้องถ่ายรูปเยอะๆ

เพราะจะทำให้ถ่ายรูปขึ้น ดูหน้าเล็ก อยากจะวีเซฟแค่ไหนก็ทำได้ แค่เฉดดิ้ง อย่าลืมทำตามกันนะ

มาต่อกันด้วยการเขียนคิ้ว
8

ดินสอเขียนคิ้ว Cosluxe Slim Brow Pencil #Deep Brown

พาเลทคิ้วชนิดฝุ่น Lola eyebrow kit Brow101 #Blonde

มาสคาร่าคิ้ว Mille 3D Brow mascara #Deep Brown
______________

10

1 ใช้ที่เขียนคิ้วแบบฝุ่น ระบายให้ทั่วทรงคิ้ว โดยยังไม่ต้องให้เป็นระเบียบมากนัก

2 ระบายส่วนของหัวคิ้วให้เป็นดูสูงขึ้น ระบายตามทรงคิ้วเดิม จะได้ความหนาแบบธรรมชาติ ทำให้คิวนั้นดูละมุนและหน้าดูเด็กลง

3 ใช้มาสคาร่าคิ้วปัดให้เส้นขนที่หัวคิ้วตั้งขึ้นและจัดทรงให้เข้ารูป ปรับให้สีเส้นขนคิ้วดูอ่อนลงเป็นสีน้ำตาลธรรมชาติ เพื่อความกลมกลืนกับสีคิ้วแบบฝุ่น

4 รอให้มาสคาร่าคิ้วแห้ง แล้วใช้ดินสอเขียนคิ้วเขียนระหว่างเส้นคิ้วในส่วนที่ขาดหายไป

และเพิ่มความชัดที่หางคิ้วเล็กน้อย

11

ไพรเมอร์ให้ทาบางๆ เปลือกตาสองข้างใช้ปริมาณน้อยกว่าเม็ดถั่วเขียวก็พอแล้วค่ะ

ถ้าทาหนาจนเกินไปแทนที่สีสันจะติดทนตลอดทั้งวัน จะทำให้เกิดอาการเปลือกตามันมากยิ่งขึ้นได้

และทำให้เนื้อไพรเมอร์ตกร่องรอบพับเปลือกตาอายชาโดว์ละลายกลายเป็นคราบระหว่างวันด้วย

อายแชโดว์โทนสีชมพูอมม่วง

4U2 : 4 Color Eyeshadow #05 Way-Out
12

อายชาโดว์รุ่นใหม่ของ 4U2 มีคุณสมบัติคือเป็นอายชาโดว์เนื้อ Wet powder

ไม่ใช่เนื้อครีมและไม่เชิงเนื้อฝุ่น จะมีความเปียกของเนื้อผลิตภัณฑ์เล็กน้อย

เวลาเบลนลงบนเปลือกตาจะแนบสนิทไปกับผิว ติดทนนานตลอดวัน

ให้สีสันที่ชัดเจน และผงอายชาโดว์แทบไม่ร่วงลงที่บริเวณใต้ตาเลยค่ะ

ขั้นตอนแต่งตามีดังต่อไปนี้

13

1 ก่อนแต่งตา ทาอายไพรเมอร์ให้ทั่วเปลือกตา

2. ทาอายชาโดว์สีชมพู (1) ให้ทั่วเปลือกตา

3. แตะอายชาโดว์สีทองอ่อน (2) ลงบริเวณกลางเปลือกตา

4 เบลนอายชาโดว์สีม่วง (3) ลงบริเวณขอบตาให้กลมกลืน

สีม่วงในพาเลทนี้เมื่อเบลนแล้ว จะมีสีน้ำตาลเจือมาด้วย ทำให้ดูตาซอล์ฟมากขึ้นค่ะ

5 เขียนอายไลน์เนอร์ให้ชิดขอบตา เลือกชนิดกันน้ำ จะทำให้เป๊ะทั้งวัน

6 ลงอายชาโดว์สีบรอนซ์น้ำตาล (4) บริเวณหางตาล่าง

7 ลงอายชาโดว์สีขาวของ cartict บริเวณหัวตาถึงกลางตาล่าง

8 ดัดขนตาและปัดมาสคาร่าชนิดกันน้ำทั้งบนและล่าง

และส่วนปลายของหัวมาสคาร่า แตะเบาๆที่ขอบตาล่าง แทนการเขียนอายไลเนอร์

เพราะเนื้อมาสคาร่าแบบกันน้ำจะทนมาก ไม่เลอะเปื้อนตลอดทั้งวัน

แต่ระวังต้องแตะอย่างใจเย็นนะคะ ถ้าหนักมือไปจะกลายเป็นใต้ตาเลอะได้จ้า

9 ติดขนตาปลอมแบบตัดครึ่งบริเวณหางตา ให้หางตามีความยาวกว่ากลางตาแล้วจัดขนตาให้ดูเป็นธรรมชาติ

(บางมหาวิทยาลัยไม่ให้ติดขนตาปลอม ก็ให้ปัดมาสคาร่าที่มีเส้นไฟเบอร์

ช่วยเพิ่มความยาวขนตาแทนนะคะ)

เสร็จเรียบร้อยค่ะ

12

ขนตาใช้ Cosluxe 1-07 ตัดครึ่ง แล้วใช้ด้านยาวติดหางตา จะดูหางตายาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

กาวติดขนตาสีใส Cosluxe ติดแน่นดี ชอบๆๆๆ

กาวสีดำ Arty ใช้ย้ำหัวและหางตากันไว้หน่อย

เผื่อมีช็อตแอบหลับ หาว ดราม่าน้ำตาไหล จะได้อยู่ทนๆ
_______________________________

มาต่อด้วยการปัดแก้ม

13

เลือกใช้พาเลทบลัชออนเนื้อแมท 4U2 Matt Blush 05 Soul เป็นสีโทนชมพูแต่มีติดส้มมาด้วย

เพื่อให้ใบหน้าดูไม่หวานจนเกินไป มีความสดใสของสีส้มเจือนิดๆ

14

ส่วนบลัชออนแบบชิมเมอร์สีชมพู 4U2 Shimmer Blush 03 Charm

ใช้ปัดหน้าแก้ม ให้หน้าดูสดใสๆ

แต่ถ้าใครหน้ามันมาก ให้ปัดแค่เนื้อแมทก็พอนะคะ

15

เริ่มจากใช้บลัชออนเนื้อแมทปัดส่วนของสีชมพูในพาเลท

แล้วนำมาปัดบริเวณหน้าแก้มด้วยจากนั้นตามด้วยสีส้มบางๆ

ต่อด้วยปัดบลัชเนื้อชิมเมอร์มีวิ้งเล็กน้อย บริเวณกลางของแก้ม จะให้ลุกค์สดใสอ่อนเยาว์

ขั้นตอนสุดท้ายนั่นคือ การทาลิปสติกนั่นเองงง

16
ทิ้นต์ Benefit Lolli Tint

ลิปสติก Cosluxe Kiss me pink

การเลือกใช้สีลิปสติกสำหรับวันรับปริญญา อย่าลืมว่าเราจะต้องเน้นถ่ายรูป

จะต้องทาสีติกให้ดูเข้มกว่าปรกติเล็กน้อย

ไม่ได้หมายถึงสีเข้มแปร๊นนะคะ จูนหมายถึงสีลิปสติกที่ถ่ายรูปออกมาไม่ดูซีด

นู้ดๆเป็นคนป่วย อันนั้นไม่โอเคนะ

17

ในวันงานเราจะยุ่งมากๆจนไม่มีเวลาเติมลิปสติก จูนจะใช้เทคนิค

ทาบริเวณด้านในของริมฝีปากด้วยสีสดก่อน แล้วตามด้วยลิปสติกสีที่ชอบหรือสีธรรมชาติทับอีกครั้ง

เพื่อให้ใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ สวยงามและสีติดทนค่ะ

18

การเลือกใช้อายไลเนอร์ ให้เลือกแบบกันน้ำและเขียนได้ง่ายถนัดมือ

19

ส่วนตัวจูนชอบแบบปากกามากที่สุด เพราะเขียนง่าย เส้นเล็ก

ช่วยให้การแต่งหน้าง่ายขึ้นและติดทนนานตลอดทั้งวันค่ะ

ตอนนี้ชอบใช้ Malissa Kiss Super Black Ultra HD Eyeliner

เพราะเขียนง่าย เส้นดำสนิท ติดทนและกันน้ำ โอเคเลยนะ

20

และการติดขนตาแบบหางตายาวเล็กน้อย จะช่วยยกหางตาให้ดูสดใสไม่เหนื่อยล้า

21

การแต่งหน้าสไตล์หวานใสแฝงด้วยความซุกซนเล็กๆ แบบนี้ จะช่วยเพิ่มความอ่อนเยาว์ได้ดีเลยล่ะค่ะ หากใครไม่อยากแต่งออกมาแล้วดูแก่ ก็ลองนำลุคนี้ไปแต่งตามกันดูนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Truelife.com

Comments

comments

Comments are closed.