ใครคิด ดินสอกดคนแรก?

0

ดินสอ เป็นเครื่องเขียนที่มีวิวัฒนาการอันยาวนานควบคู่กับการประดิษฐ์อักษรของมนุษย์ ก่อนหน้าที่จะมีดินสอให้เราใช้ในปัจจุบัน ย้อนไปในยุคหินโบราณ มนุษย์ได้ประดิษฐ์เครื่องมือช่วยจดบันทึกในรูปแบบต่างๆ เพื่อใช้ในการสื่อสาร เช่น ดินหรือหินสี, เหล็กแหลม, ขนนก ที่ได้รับการจดบันทึกเก็บหลักฐานมานานนับพันปีผ่านภาพวาดผนังถ้ำ ซึ่งได้รับการพัฒนามาจนกลายเป็นดินสอกด แต่คุณเคยสงสัยมั้ยว่า ดินสอกด ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นผู้คิดค้น เราจะหาคำตอบมาให้คุณ ตามไปดูกันเลยค่ะ

การกำเนิดของดินสอ

ดินสอ

แกรไฟต์ ( Graphite) ซึ่งเป็นแร่คาร์บอนชนิดหนึ่ง ที่นำมาทำไส้ดินสอ

ดินสอ เป็นเครื่องมือในการเขียนอักษร หรือวาดภาพในการสื่อสาร ที่มีวิวัฒนาการมายาวนาน ควบคู่กับการประดิษฐ์อักษรของมนุษย์ในยุคโบราณ ซึ่งมีศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Pencil มาจากภาษาละตินว่า Pencillus เป็นอุปกรณ์ขนาดเล็กสำหรับใช้ขีดเขียน หลักฐานสำคัญที่บ่งชี้ว่ามนุษย์ได้พัฒนาดินสอให้เป็นที่แพร่หลาย ก็คงต้องย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 400 กว่าปีก่อน มีบาทหลวงชาวสวิตเซอร์แลนด์คนหนึ่ง ได้เป็นผู้คิดค้นประดิษฐ์เครื่องเขียนที่ทำจากขนนกขึ้นเป็นครั้งแรก แต่ใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง และด้ามขนนกมีความเปราะเกินกว่าจะใช้ในงานเขียนได้ แถมยังเขียนได้ช้ามาก ไม่ค่อยนิยมใช้เท่าไรนัก

ต่อมาก่อนปี ค.ศ. 1564 ได้เกิดพายุครั้งใหญ่ ทำให้ต้นไม้โค่นหักลงมา ใกล้กับหมู่บ้านบอร์โรว์เดล ตำบลคัมเบอร์แลนด์ ประเทศอังกฤษ คนเลี้ยงแกะได้มีการค้นพบหินสีดำโดยบังเอิญ ในขณะนำซากต้นไม้ออกจากบริเวณบ้าน เมื่อทดลองนำมาขีดเขียน ปรากฏว่ามีความคมชัดดีมาก คนเลี้ยงแกะจึงนำมาเขียนสัญลักษณ์ลงบนตัวแกะของตนเอง และหินสีดำที่ค้นพบก็คือ แกรไฟต์ ( Graphite) ซึ่งเป็นแร่คาร์บอนชนิดหนึ่ง หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนนำหินชนิดนี้มาทำเป็นแท่ง และนำไปขายโดยโฆษณาว่าเป็น “หินสี” สามารถนำไปเขียนบนสิ่งใดก็เขียนได้ทั้งนั้น

และในปี ค.ศ. 1795 พระเจ้านโปเลียนที่ 1 มีรับสั่งให้ นิโคลาส แจ๊ค ดังเต้ ซึ่งเป็นหัวหน้านักเคมีและนักประดิษฐ์ชั้นแนวหน้าของประเทศฝรั่งเศสในขณะนั้น ได้นำแกรไฟต์มาทำเป็นดินสอ โดยที่เขาได้นำมันมาบดเป็นผง และนำผสมเข้ากับดินเหนียวชนิดหนึ่ง (Clay) ในสัดส่วนที่แตกต่างกันไป เมื่อผสมเสร็จแล้วก็นำเข้าเตาเผา จนเป็นจุดเริ่มต้นของดินสอขึ้นมา เพราะได้ดินสอที่เหนียวไม่หักเปราะง่าย และด้วยการเพิ่มอันตราส่วนของดินเหนียว จึงทำให้สามารถผลิตออกมาได้หลายขนาด เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน

ต่อมานายวิลเลียม มอนโร ซึ่งเป็นช่างทำเฟอร์นิเจอร์ชาวอเมริกัน ได้ประดิษฐ์เครื่องมือสำหรับผลิตดินสอขนาดมาตรฐานได้สำเร็จ โดยได้ตัดไม้ออกเป็นแผ่นบางๆ ยาวประมาณ 6-7 นิ้ว เซาะเป็นร่องเล็กๆ ตลอดความยาวของแผ่นไม้ เพื่อสำหรับบรรจุแท่งแกรไฟต์ และได้ใช้ไม้อีกแผ่นหนึ่งเซาะร่องไว้แบบเดียวกับชิ้นแรก นำมาทากาวแล้วประกบลงไป จึงเป็นดินสอที่มีไม้หุ้มและเป็นดินสอที่ทันสมัยแท่งแรกของโลก และเป็นที่ยอมรับในทุกวงการ จนทำให้ปากกาขนห่านจุ่มน้ำหมึกในสมัยนั้นเสื่อมความนิยมไป

 

ผู้คิดค้นดินสอกด คือใคร?

 

ดินสอ

หลังจากที่ดินสอได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นเครื่องเขียนที่ใช้กันทั่วโลกแล้ว และได้รับการเผยแพร่เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น ในปี ค.ศ.1838 โดย นายโตกุจิ ฮายากาวา (Mr.Tokuji Hayakawa) ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจโลหะ ในจังหวัดโตเกียว เป็นผู้ก่อตั้งบริษัทผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าข้ามชาติสัญชาติญี่ปุ่น หรือ Sharp Corporation ในปัจจุบันนั่นเอง นายโตกุจิ ได้เกิดความสนใจในกลไกในการทำงานของดินสอในสมัยนั้น แต่ดินสอในตอนนั้นเป็นไส้ดินสอที่ทำจากเซลลูลอยด์ มีขนาดใหญ่ และหักง่าย ทำให้นายโตกุจิ ฮายากาวา ได้คิดค้นดัดแปลงปากกาดินสอ ให้เป็นดินสอกดที่มีขนาดเล็กลง แบบไม่ได้ต้องเหลาไส้ดินสอ

ในช่วงแรก ตัวด้ามดินสอกด ผลิตจากนิกเกิล ทองเหลือง มีการแกะสลักอย่างสวยงามและไส้ดินสอที่ใช้ก็มีขนาดเพียง 1.15 มม. และเริ่มวางจำหน่ายสินค้าภายใต้ชื่อว่า Ever Sharp Pencil และก่อตั้งชื่อบริษัทตามชื่อผลิตภัณฑ์ ”เอเวอร์-ชาร์ป ” ในปี ค.ศ. 1912 แต่เนื่องจากคนญี่ปุ่นในยุคสมัยนั้นยังไม่คุ้นเคยกับสินค้าที่นำวัสดุการผลิตมาจากโลกตะวันตก จึงทำให้ไม่ได้รับการตอบรับจากคนในประเทศเท่าไรนัก แต่กลับเป็นที่นิยมของชาวอเมริกาและชาวยุโรป จนทำให้ผลิตสินค้าแทบไม่ทันกันเลยทีเดีย หลังจากนั้น 3 ปีต่อมา ในปี ค.ศ. 1915 ดินสอกด ก็ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น และได้เปลี่ยนชื่อเป็น Sharp Pencil จนทำให้ประสบความสำเร็จทั้งในและต่างประเทศจนถึงยุคปัจจุบัน

คงจะรู้กันแล้วนะคะว่า ใครเป็นผู้คิดค้นดินสอกดคนแรก ที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่เราควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง เพราะถึงแม้จะแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ก็ยังสามารถฟื้นฟู เรียนรู้ และพัฒนาด้านเทคโนโลยีวิทยาการต่างๆ ให้ก้าวไกล จนชาวตะวันตกยังให้การยอมรับ เราคนไทยก็ควรดูไว้เป็นตัวอย่าง เพื่อที่จะได้ช่วยกันพัฒนาประเทศชาติให้เจริญสืบไป ทิ้งมรดกทางความคิดไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไป

ที่มา : th.wikipedia.org, share.psu.ac.th, mthai, blog.eduzones.com, thaijobsgov.com

เลือกซื้อเครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน ได้ที่นี่ >เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน<

Comments

comments

Comments are closed.