ตำนานสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี

0

เมืองไทยได้ชื่อว่าเป็น เมืองพุทธ มีการเผยแผ่พุทธศาสนามาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงปัจจุบัน และบรรดาพระเกจิอาจารย์ ก็มีชื่อเสียงโด่งดังมาก หนึ่งในนั้นคือ สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี หรือที่คนไทยนิยมเรียกขานท่านว่า สมเด็จโต, หลวงพ่อโต, หลวงปู่โต แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม ท่านมีชื่อเสียงในด้านพระปฏิบัติจนสำเร็จวิปัสสนาญาณกรรมฐานขั้นสูง อีกทั้งยังเป็นผู้ค้นพบ พระคาถาชินบัญชร ซึ่งถือว่าเป็นบทสวดมนต์ที่ขลังสามารถป้องกันภยันตรายทั้งหลาย ได้ทั้ง ๑๐ ทิศ และสร้างพระสมเด็จฯ ทำให้วงการพระเครื่องคึกคัก

ประวัติสมเด็จพุฒาจารย์โต แห่งวัดระฆังโฆสิตารามวรวิหาร

ตามประวัติที่มีบันทึกไว้ สมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี มีนามเดิมว่า “โต” มารดาเป็นชาวบ้านธรรมดาชื่อ งุด เกศ บิดาไม่ปรากฏแน่ชัด กล่าวกันว่าเมื่อวัยเด็ก รูปร่างท่านบอบบาง ผู้ใหญ่จึงตั้งชื่อให้ตรงกันข้าม เพื่อเป็นการข่มนาม จึงตั้งชื่อว่า “โต” เกิดในสมัยรัชกาลที่ ๑ (สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ได้แล้ว ๗ ปี) ณ บ้านตำบลไก่จ้น (ท่าหลวง) อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน ๕ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปีวอก จุลศักราช ๑๑๕๐ มรณภาพ เมื่อวันเสาร์ เดือน ๘ แรม ๒ ค่ำ ปีวอก จ.ศ. 1234 ตรงกับวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๔๑๕ สิริรวมอายุได้ ๘๕ ปี ท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามได้ ๒๐ ปีเต็ม (รับตำแหน่งอายุ ๖๕ ปี) ดำรงฐานันดรศักดิ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์โตมาได้ ๗ ปีเศษ

คาถาชินบัญชร

คาถาชินบัญชร ที่สมเด็จโต เป็นผู้ค้นพบ และแปลจากภาษาสิงหล มาเป็นบาลีสันสกฤต

เครดิตภาพ : ohlor.com

ท่านบวชเป็นสามเณร เมื่ออายุได้ ๑๓ ปี ณ วัดใหญ่เมืองพิจิตร ต่อมาย้ายมาศึกษาพระปริยัติธรรม ณ เมืองชัยนาท พออายุได้ ๑๘ ปี ก็ย้ายมาศึกษากับอาจารย์แก้ว วัดบางลำพู กรุงเทพฯ และยังได้ ศึกษาพระปริยัติธรรม กับเสมียนตราด้วง ขุนพรมเสนา ปลัดเสนา ปลัดกรมนุท เสมียนบุญ และพระกระแสร์ ต่อมาได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอดิศร สุนทร พระบรมโอรสาธิราชให้ทรงโปรดมาอยู่กับสมเด็จพระสังฆราช วัดมหาธาตุ

จนกระทั่ง พ.ศ. ๒๓๕๑ อายุได้ ๒๑ ปี จึงบวชเป็นพระภิกษุ สมเด็จเจ้าฟ้าพระบรมราชโอรส ทรงรับภาระบรรพชาเป็น นาคหลวงโดยให้ไปบวชที่วัดตะไกร จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งโยมแม่และบรรดาญาติ มีภูมิลำเนาอยู่ที่นั่น ท่านได้เที่ยวสัญจรไปมาตามที่ต่างๆ ตามนิสัยที่ชอบค้นคว้าหาความรู้ จึงมุ่งศึกษาหาอาจารย์ต่างๆ ที่คงแก่เรียนด้านวิปัสสนากรรมฐานสมถะ เดินธุดงค์ไปตามป่าเขา

หลังจากที่ท่านได้ร่ำเรียนจนสำเร็จวิปัสสนาญาณกรรมฐานขั้นสูง ท่านก็ได้มีอาจารย์ท่านหนึ่ง นั่นคือ สมเด็จพระสังฆราชสุกไก่เถื่อน เหตุที่เรียกว่าสังฆราชสุกไก่เถื่อน เพราะมีไก่ป่ามา ท่านสังฆราชเอามาเลี้ยงจนเชื่องเล่นกันได้ จึงได้ฉายานี้ พระสังฆราชนั้นเป็นอาจารย์ของสมเด็จโต พร่ำสอนวิชาต่างๆ ให้จนสมเด็จโตเก่งแตกฉานทุกด้าน สมัยนั้นสมเด็จพระสังฆราชสุกไก่เถื่อน ได้สร้างพระสมเด็จวัดพลับขึ้นมาปลุกเสกเอง ซึ่งสมเด็จโตก็ได้ความรู้การสร้างพระของขลัง จากนั้นมาไม่นาน ท่านสมเด็จโตก็ได้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆัง

วัดระฆัง

วัดระฆังโฆสิตารามวรวิหาร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระองค์โปรดปรานพระมหาโตเป็นอย่างยิ่ง ในปี พ.ศ. ๒๓๙๕ พระองค์จึงได้พระราชทานสมณศักดิ์พระมหาโตเป็นครั้งแรก เป็นพระราชาคณะที่ “พระธรรมกิติ” และดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม ขณะนั้นท่านอายุ ๖๔ ปี โดยปกติแล้วพระมหาโต มักพยายามหลีกเลี่ยงการรับพระราชทานสมณศักดิ์ แต่ด้วยเหตุผล เพราะตอนนั้นในหลวงเป็นเจ้าฟ้า ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะฟ้านั้นปกคลุมพื้นดินไปหมด จะหนีฟ้าก็ไม่พ้น แต่ถ้าเป็นเจ้าแผ่นดินสมเด็จโตท่านมีความรู้ย่อมหนีพ้นจึงไม่รับยศ หนีออกนอกแผ่นดิน โดยเดินธุดงค์ไปหลายเดือนเพื่อหนียศ แต่นี่กษัตริย์เป็นยศถึงเจ้าฟ้าไม่พ้นจึงจำใจรับยศสมเด็จ ทำให้ท่านต้องยอมรับพระราชทานสมณศักดิ์ในที่สุด อีก ๒ ปีต่อมา (พ.ศ. ๒๓๙๗) ท่านจึงได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นผู้ใหญ่ที่ “พระเทพกระวี” หลังจากนั้นอีก ๑๐ ปี (พ.ศ. ๒๔๗๐) จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นสมเด็จพระราชาคณะที่ “สมเด็จพระพุฒาจารย์” มีราชทินนามตามจารึกในหิรัญบัฏว่า

สมเด็จพระพุฒาจารย์ อเนกสถานปรีชา วิสุทธศีลจรรยาสมบัติ นิพัทธุตคุณ สิริสุนทรพรตจาริก อรัญญิกคณิศร สมณนิกรมหาปรินายก ตรีปิฎกโกศล วิมลศีลขันธ์ สถิต ณ วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร พระอารามหลวงฯ

 

สมเด็จโต

ขณะนั้นเองได้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ที่พิสดารมากมาย บ้างก็เป็นเรื่องตลกขบขัน อาทิเช่น มีฝรั่งต่างชาติรู้ข่าวว่าท่านสมเด็จโตเก่งอัจฉริยะ จึงลองภูมิปัญญาท่านสมเด็จโตว่า “จุดศูนย์กลางของโลกอยู่ตรงไหน?” ท่านสมเด็จตอบฝรั่งไปว่า “จุดศูนย์กลางของโลกนั้นอยู่ทุกหนทุกแห่งบนพื้นผิวโลก ไม่ว่าฉันจะไปยืน ณ ที่ใดตรงนั้นคือจุดศูนย์กลางของโลก ” ฝรั่งถามว่า ท่านพิสูจน์ให้เห็นได้ไหม ? ท่านสมเด็จตอบว่า “ฉันพิสูจน์ได้แล้วท่านจะว่าอย่างไร “ฝรั่งไม่ตอบ จากนั้นสมเด็จโตก็ถือตาลปัตรมือหยิบสายสิญจน์แทนเชือก เอาสายสิญจน์ผูกที่ตาลปัตรเอาตาลปัตรปักดินแล้วดึงเชือกสายสิญจน์ให้ตึงกางออก ใช้ปลายนิ้วแทนดินสอ จากนั้นก็ลากลงบนพื้นดินเป็นวงกลม ท่านสมเด็จบอกว่า วงกลมคือโลก เพราะฉะนั้นฉันยืนอยู่จุดศูนย์กลางของโลกตรงจุดที่ตาลปัตรปักดินนั้นแหละ

เมื่อเป็นเช่นนี้ ฝรั่งจึงยอมแพ้กลับไป ยังมีอีกหลายเรื่องที่ท่านสมเด็จโตย่อมรู้กาลเวลาอนาคต มีครั้งหนึ่ง หญิงจีนมาขอหวยท่านสมเด็จโต แอบมานัดกับเด็กวัดโดยแนะให้ขึ้นไปคุยกับท่านสมเด็จโตบนกุฏิ ให้เด็กวัดชวนพูดแล้วบีบนวดไป จากนั้นเด็กวัดก็ถามท่านสมเด็จโตว่า “ท่านตา ท่านตา หวยงวดนี้มันจะออกอะไร” เมื่อท่านสมเด็จโตได้ยินดังนั้น ท่านก็ตอบว่า “ข้าตอบไม่ได้โว้ย” เดี๋ยวหวยของข้าจะรอดร่อง ขณะนั้นเอง อาเจ็กคนจีน แกแอบอยู่ใต้ถุนกุฏิ ได้ยินสมเด็จโตพูดอย่างนั้นก็เปิดแน่บไปเลย

อีกตำนานหนึ่ง เกี่ยวกับแม่นาค สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ท่านรู้เหตุการณ์ที่ผีนางนาค กำเริบ หมอผีก็ปราบไม่ได้ ท่านจึงลงไปค้างที่วัดมหาบุศ ในคลองพระโขนง พอค่ำท่านก็ไปนั่งอยู่ปากหลุม แล้วท่านเรียกนางนาค ขึ้นมาสนทนากัน ฝ่ายนางนาคก็ขึ้นมาพูดจาตกลงกันอย่างไรไม่ทราบ ลงผลท้ายที่สุดท่านได้เจาะเอากระดูกหน้าผากนางนาคที่เขาฝังไว้มาได้ แล้วท่านมานั่งขัดเกลาจนมันวาว แล้วนำกลับไปยังวัดระฆัง ท่านลงยันต์เป็นอักษรไว้ตลอด เจาะเป็นปั้นเหน่งคาดเอว ไปไหนท่านจะนำติดเอวไปด้วย ตั้งแต่นั้น ผีนางนาค จึงไม่มาเที่ยวหลอกผู้คนอีกเลย (ข้อมูลจาก palungjit.org)

 

พระเครื่อง

พระเครื่อง วัตถุยึดเหนี่ยวจิตใจในศาสนาพุทธ

จากการที่สมเด็จโต เป็นพระสงฆ์นักปฏิบัติ ได้รับความเคารพเลื่อมใสศรัทธา จึงทำให้พระเครื่องของท่านได้รับความนิยมอย่างมาก ในหมู่นักเลงพระ เซียนพระ ต่างหาเช่ามาบูชา ครอบครองเป็นเจ้าของกัน โดยมีราคาสูงถึงหลักสิบล้านบาทเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พระสมเด็จวัดเกศไชโย แต่เราขอยกตัวอย่างพระเครื่องเฉพาะ สมเด็จวัดระฆังฯ มาให้ชมกันบางรุ่น เช่น

พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ทรงใหญ่ กทม.

เครดิตภาพ : อาจารย์รังสสรรค์ ต่อสุวรรณ (หนังสือพระเงินล้าน 2 ที่สุดของพระแท้)

 

พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่ เกศสะบัด

เครดิตภาพ : คุณวิชัย รักศรีอักษร (หนังสือพระเงินล้าน 2 ที่สุดของพระแท้)

 

พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ทรงเจดีย์ องค์พุฒาจารย์

เครดิตภาพ : คุณวิชัย รักศรีอักษร (หนังสือพระเงินล้าน 2 ที่สุดของพระแท้)

 

พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์เล็ก

เครดิตภาพ : อาจารย์รังสสรรค์ ต่อสุวรรณ (หนังสือพระเงินล้าน 2 ที่สุดของพระแท้)

 

พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ฐานแซม

เครดิตภาพ : คุณวิชัย รักศรีอักษร (หนังสือพระเงินล้าน 2 ที่สุดของพระแท้)

 

พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์เกศบัวตูม

เครดิตภาพ : คุณวิชัย รักศรีอักษร (หนังสือพระเงินล้าน 2 ที่สุดของพระแท้)

พระเครื่องเหล่านี้ เป็นผลงานการสร้างของท่านสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังษี ที่ได้รับความเชื่อว่า ผู้ใดได้ครอบครอง จะมีบุญบารมี ประสบแต่โชคลาภ ปราศจากภยันตรายทั้งปวง และผู้ครอบครองก็ต้องตั้งอยู่ในศีลธรรม ประพฤติตนเป็นคนดี ละเว้นกรรมชั่ว แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ควรใช้วิจารณญาณ สุดท้ายนี้…ก็ขอให้คุณลูกค้าทุกท่าน เป็นพุทธศาสนิกชนที่ดี มีความเจริญก้าวหน้าในชีวิต

เลือกซื้อพระเครื่องได้แล้วที่นี่ >พระเครื่อง<

ข้อมูลจาก : watrakang.com, th.wikipedia, itti-patihan.com

Comments

comments

Comments are closed.