ดูแลตู้เย็นอย่างไรให้มีอายุการใช้งานยาวนาน

0

ตู้เย็น คือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีอยู่ประจำในทุกครัวเรือน

ตู้เย็นนั้นมีการทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อเก็บรักษาผักผลไม้ เนื้อสัตว์ หรืออาหารอื่น ๆ ให้คงสดใหม่อยู่เสมอ ด้วยการทำงานที่ต้องมีการใช้พลังงานอยู่ตลอดเวลา ตู้เย็นจึงเป็นอุปกรณ์ที่มีการเสื่อมสภาพอยู่ตลอดเวลาทุกวินาทีซึ่งการเสื่อมสภาพที่เกิดขึ้นนั้นก็หมายถึงอายุการใช้งานที่สั้นลงเรื่อย ๆ ในวันนี้เราจึงมีทิปดี ๆ มานำเสนอเพื่อยืดอายุการใช้งานของตู้เย็นของคุณให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากยิ่งขึ้นมาฝาก…

วางตู้เย็นในตำแหน่งที่เหมาะสม

ตู้เย็น

วางตู้เย็นโดยเว้นระยะห่างจากฝาผนังด้านหลังและด้านข้างอย่างน้อย 15 เซนติเมตร

ตู้เย็นคือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่ มีกลไกระบายความร้อนจากการทำงานบริเวณด้านหลัง ดังนั้น การวางตู้เย็นจึงควรเว้นระยะห่างจากฝาผนังด้านหลังและด้านข้างอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อให้เกิดการระบายความร้อนได้ดี ไม่เช่นนั้นตู้เย็นจะได้รับความร้อนจากอุณหภูมิภายนอกที่ไม่สามารถระบายออกได้ ส่งผลให้ภายในตู้เย็นมีการทำงานหนักมากยิ่งขึ้น ส่งผลเสียทั้งค่าไฟที่สูงขึ้น และต่ออายุการใช้งานของตู้เย็นที่อาจจะสั้นลง

ตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสม แช่ชนิดอาหารให้ถูกกับช่อง ช่วยลดการการทำงานลงได้

การตั้งอุณหภูมิตู้เย็นให้เหมาะสมร่วมกับการแช่ชนิดอาหารให้ถูกกับช่อง จะช่วยให้ลดการทำงานของตู้เย็น ซึ่งภายในตู้เย็นนั้นมีช่องแช่เย็นที่ถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ ออกแบบให้มีอุณหภูมิที่เหมาะสมกับอาหารแต่ละชนิด เช่น

  • ช่องวางไข่บริเวณประตู เป็นจุดที่ได้รับความเย็นไม่มาก เพราะไข่สามารถเก็บรักษาอยู่ได้โดยอุณหูมิปกติ ช่องวางไข่ถูกออกแบบให้มีช่องรูปทรงกลมสำหรับการแช่ไข่โดยเฉพาะ
ตู้เย็น

ช่องวางไข่บริเวณประตู

  • ช่องแช่ผักผลไม้บริเวณด้านล่าง ใช้ความเย็นน้อยน้อยกว่าส่วนอื่นเพื่อป้องกันมิให้ความเย็นสร้างความเสียหายแก่ผัก ถูกแบบมาให้เป็นกลไกลิ้นชักกักเก็บความชื้น สำหรับการแช่ผักผลไม้โดยเฉพาะ
ตู้เย็น

ช่องแช่ผักผลไม้

ตู้เย็น

ช่องแช่ผักผลไม้

  • ช่องแช่นมหรือเครื่องดื่ม ใช้ความเย็นมากกว่าส่วนอื่น ถูกแบบมาให้มีฝาปิดเพื่อกักเก็บความเย็นให้นมหรือเครื่องดื่มมีความสด เย็นสดชื่นอย่างทันใจ
ตู้เย็น

ช่องแช่นมหรือเครื่องดื่ม

  • ช่องฟรีซ เป็นส่วนที่ใช้ความเย็นและใช้พลังงานมากที่สุดของตู้เย็น ถูกแบบมาเพื่อเก็บเนื้อสัตว์หรือจำเป็นต้องคงความสดอยู่ตลอดเวลา ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง จึงสามารถแช่น้ำให้กลายเป็นน้ำแข็งได้ในระยะเวลาอันสั้น จึงมาพร้อมช่องสำหรับทำน้ำแข็งด้วยเช่นกัน และเหมาะกับอาหารที่ต้องการความเย็นสูงในการคงรักษาสภาพ เช่น ไอศครีม
ตู้เย็น

ช่องฟรีซหรือช่องแช่แข็ง

การแช่ชนิดอาหารที่ไม่ถูกกับช่อง เช่น การนำอาหารที่ต้องการความเย็นสูงในการเก็บรักษาไปแช่ในส่วนที่มีความเย็นต่ำ ทำให้ต้องตั้งอุณหภูมิของตู้เย็นต่ำลง ส่งผลให้ตู้เย็นจะทำงานหนักขึ้น อายุการใช้งานของตู้เย็นจะสั้นลง ดังนั้นเราจึงควรแช่อาหารแต่ละชนิดให้ถูกต้องกับแต่ละช่องที่ถูกออกแบบมา เมื่อตั้งอุณหภูมิการทำงานที่เหมาะสม จะส่งผลให้ตู้เย็นมีอายุการใช้งานยาวนาน

แช่อาหารให้เหมาะสมกับความจุ

ในท้องตลาดมีตู้เย็นออกมาหลากหลายขนาดให้เลือกซื้อเพื่อครอบคลุมตามความต้องการของผู้ใช้หลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องเดี่ยว หรือผู้ที่อาศัยเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ดังนั้น ก่อนการเลือกซื้อจึงควรเลือกขนาดของตู้เย็นให้เหมาะสมกับปริมาณของที่จะแช่

  • การแช่อาหารหนาแน่นเกินไป ทำให้อากาศในตู้เย็นไหลเวียนได้ไม่ดี การถ่ายเทความเย็นทำได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้เครื่องทำงานหนักเกินกว่าปกติ อายุการใช้งานสั้นลง
ตู้เย็น

การแช่อาหารหนาแน่นเกินไป

  • การใช้ตู้เย็นที่มีขนาดใหญ่เกินไป ตู้เย็นที่มีขนาดใหญ่ ความจุสูง ยิ่งต้องใช้พลังงานมากกว่าเพื่อรักษาอุณหภูมิของช่องเย็นตามที่ตั้งไว้ หากมีสิ่งของแช่ในตู้เย็นจะทำให้ตู้เย็นเพียง 2 – 3 อย่าง การเลือกขนาดตู้เย็นที่เล็กลง ให้พอเหมาะกับปริมาณสิ่งของที่จะแช่ ย่อมใช้พลังงานน้อยกว่าในการรักษาความสดของอาหารที่แช่อยู่
ตู้เย็น

การใช้ตู้เย็นที่มีขนาดใหญ่เกินไป

พฤติกรรมในการใช้งาน

ตู้เย็น

พฤติกรรมการใช้งานที่ดี จะทำให้ตู้เย็นมีอายุการใช้งานยาวนาน

พฤติกรรมในการใช้งานตู้เย็นนั้นมีส่วนที่ส่งผลกระทบต่ออายุการใช้งานของตู้เย็นเช่นกัน ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการใช้งานดังต่อไปนี้

  • การเปิด-ปิดตู้เย็นบ่อย ๆ ทำให้ความเย็นภายในไม่คงที่ เกิดการสูญเสียไอเย็นด้านในส่งผลให้ตัวเครื่องต้องเร่งการทำงานเพื่อรักษาอุณหภูมิ สิ้นเปลืองทั้งพลังงาน อีกทั้งยังทำให้ซีลของประตูเสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย ดังนั้นเมื่อต้องการที่จะนำอาหารเข้าหรือออกจากตู้เย็น ควรวางแผนเสียก่อนเพื่อประหยัดรอบในการเปิด-ปิดตู้เย็นโดยไม่จำเป็น
  • การนำของร้อนเข้าไปแช่ ทำให้อุณภูมิภายในตู้เย็นสูงขึ้น ส่งผลให้ตัวเครื่องต้องเร่งการทำงานเพื่อรักษาอุณหภูมิ สิ้นเปลืองพลังงาน และอาจส่งผลกระทบต่ออุณภูมิของอาหารที่อื่น ๆ ที่แช่ไว้ อาหารจะคงความสดได้น้อยลง ดังนั้นจึงควรวางอาหารให้คลายความร้อนที่อุณหภูมิห้อง ก่อนที่จะนำเข้ามาแช่ในตู็เย็น
  • อย่าแช่อาหารจนลืม เมื่ออาหารอยู่ภายในตู้เย็นนานเกินควรสะสมไปเรื่อยๆ จะเกิดความหนาแน่นขึ้นภายในตู้เย็น ส่งผลให้การถ่ายเทความเย็นภายในทำได้อย่างไม่เต็มที่ และตู้เย็นยังต้องทำงานหนักกว่าปกติ จึงควรมีการระบายอาหารที่ไม่รับประทานแล้วออกไปทิ้ง นอกจากจะทำให้ตู้เย็นทำงานได้อย่างปกติ ยืดอายุการใช้งานได้แล้ว ยังทำให้คุณสุขภาพดี ปลอดภัยจากโรคภัยที่อาจยังอาจเกิดจากเชื้อรา และเชื้อโรคภายในตู้เย็น

ทำความสะอาดให้ถูกวิธี

ตู้เย็น

การทำความสะอาดที่ถูกวิธี จะทำให้ตู้เย็นมีอายุการใช้งานยาวนาน

เมื่อใช้ตู้เย็นในระยะเวลานาน จะเกิดคราบสกปรก เชื้อโรค กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ น้ำแข็งเกาะต่างช่องต่าง ๆ ดังนั้นจึงควรมีการทำความสะอาดตู้เย็นเป็นประจำหนึ่งครั้งแต่เดือน หรือหากเป็นตู้เย็นที่มีช่องแช่แข็งที่ไปด้วยน้ำแข็งเกาะ ควรทำการละลายน้ำแข็งทุกอาทิตย์เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำความเย็น การทำความสะอาดตู้เย็นนั้นควรทำดังต่อไปนี้

  • ตรวจสอบซีลขอบประตู หากซีลขอบประตูเสื่อมประสิทธิภาพจะทำให้ไอเย็นภายในตู้เย็นรั่วไหลออกมา ตู้เย็นต้องทำงานหนักเพื่อชดเชยอุณหภูมิความเย็นที่สูญเสียไปจากขอบซีลที่เสื่อมสภาพ จึงควรทำการตรวจสอบซีลขอบประตูเป็นประจำว่ายังสามารถแนบติดกับขอบตู้เย็นอย่างสนิทแน่นหนาหรือไม่ หากพบว่าขอบซีลเสื่อมสภาพควรทำการเปลี่ยนทันที
  • ทำความสะอาดภายในตู้เย็น เพื่อรักษาสุขอนามัยของสิ่งที่แช่ในตู้เย็นรวมถึงผู้บริโภค และคงสภาพภายในของตู้เย็นให้ดูมีความใหม่ เราจึงควรหมั่นทำความสะอาดภายในตู้เย็นเป็นประจำ ซึ่งภายในตู้เย็นประกอบไปด้วยชั้นวางแยกชิ้นส่วนได้ ให้ทำการถอดแยกชิ้นส่วนนำออกมาล้างทำความสะอาดด้วยฟองน้ำนุ่มชุบน้ำ หรือน้ำยาทำความสะอาดจาน ส่วนการทำความสะอาดด้านในตู้เย็นนั้นให้นำผ้านุ่มชุบด้วยน้ำส้มสายชูเจือจางกับน้ำสะอาด เช็ดทำความสะอาดภายในตามซอกซอนต่าง ๆ ซึ่งน้ำส้มสายชูมีส่วนช่วยในการขจัดคราบฝังแน่นและการขจัดกลิ่น หากกลิ่นยังคงอยู่ในนำกล่องดูดซับกลิ่น (activated charcoal) วางไว้ในตู้เย็น จะทำให้กลิ่นเจือจางลงไป
  • ห้ามใช้วัตถุดังต่อไปนี้ในการทำความสะอาดตู้เย็น
    • น้ำยาทำความสะอาดครัวที่มีค่าเป็นด่าง ผงขัดหรือผงซักฟอก เพราะอาจเกิดการกัดกร่อนพลาสติกและพื้นผิวของตู้เย็น ทำให้เกิดการแตกร้าวได้
    • น้ำมันเบนซิน, ทินเนอร์, แอลกอฮอล์, กรด, น้ำมันปิโตรเลียม เพราะอาจทำให้เกิดการลุกติดไฟได้
    • น้ำร้อน เพราะอาจทำให้กระจกภายในตู้เย็นแตกร้าวได้
    • ช้อนโลหะ หรือชะแลงกะเทาะน้ำแข็ง เพราะอาจทำให้ตู้เย็นเกินการชำรุด สร้างความเสียหายให้กับพื้นผิวภายในตู้เย็นได้
ตู็เย็น

การใช้ชะแลงกะเทาะน้ำแข็ง เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

ปฏิบัติเพียงเท่านี้ ตู้เย็นของคุณก็จะคงประสิทธิภาพการทำงานของตู้เย็นได้อย๋างเต็มที่ ลดการทำงานที่ไม่จำเป็นลง สามารถยืดอายุการใช้งานของตู้เย็นไปได้อีกนานเท่านาน นอกจากนี้ อาหารในตู้เย็นที่คุณแช่จะถูกเก็บรักษาได้อย่างสุขลักษณะ ห่างไกลจากเชื้อโรค คงสภาพความสดใหม่ได้อย่างน่ารับประทาน

เลือกซื้อเลือกช้อปสินค้า คลิกที่นี่ <เครื่องใช้ไฟฟ้า>

Comments

comments

Comments are closed.