เจ็บ! กลัว! สุข? โมเม้นต์วันคลอดของ 4 คุณแม่คนดัง

0

เจ็บ! กลัว! สุข? โมเม้นต์วันคลอดของ 4 คุณแม่คนดัง

‘แม่รักลูก’ ประโยคแสนสั้นแต่สุดสมบูรณ์ในตัวของมันเอง เป็นประโยคที่มาพร้อมภาพล้านแปดเรื่องราวของบ้านแต่ละหลัง น้อยนักที่จะหาคนคลางแคลง หรือต่อต้าน นั่นเพราะทุกคนรู้ว่าในวันที่แม่คลอดเราออกมานั้น ท่านต้องผ่านประสบการณ์หนักหนาสาหัสจริงๆ

แพรวดอทคอมมีเรื่องราวโมเมนต์วันคลอดของ 5 คุณแม่คนดังที่อยากแบ่งปันเพื่อย้ำว่า ‘แม่รักลูก’ นั้นจริงแท้เพียงใด

ลูกเกด-เมทินี : เล่าถึงการคลอดลูกชาย น้องสกาย ชาร์พเพิลส์ ในแพรว ฉ.10 ส.ค.52 (ขอบคุณที่มาภาพ : IG@metinee)

ลูกเกด

“ตอนรู้ว่าท้องสกาย เกดดีใจมาก โชคดีว่าไม่มีอาการแพ้เลย ไม่อยากกินอะไรแปลกๆ วันที่เกดเริ่มปวดท้องประมาณตีห้า จู่ๆ ได้ยินเสียงดังป๊อก! แล้วเริ่มมวนท้องเหมือนปวดประจำเดือน แต่เจ็บกว่า

IMG_0822

“เกดอ่านหนังสือเป็นตั้งๆ จนเรียกว่ารู้เยอะ เกดตั้งใจจะคลอดแบบธรรมชาติ จึงพยายามอยู่บ้านให้นานที่สุด ตอนที่เริ่มปวดท้องยังนั่งอ่านตำราว่า อ๋อ… เป็นอย่างนี้ๆ ใจเย็นยังไม่เดินทาง จนแปดโมงไม่ไหวแล้ว ทีนี้บ้านอยู่ตลิ่งชัน โรงพยาบาลอยู่สุขุมวิท กว่าจะไปถึง โอ้โฮ

“ระหว่าง ทางจะเจ็บจะปวดยังไงก็คิดถึงท่าทางการคลอดตามที่ตำราบอกว่าคลอดในน้ำจะดีมาก หรือการนั่งยองๆ จะมีแรงดึงดูดช่วยให้คลอดลูกง่ายกว่าท่านอน แถมปากมดลูกจะเปิดขึ้นอีก 8 เซนติเมตรด้วย

IMG_0782

“หกชั่วโมงผ่านไป ปากมดลูกของเกดเปิดแค่ 3 เซนติเมตร แล้วเหมือนเราคาดเดาไม่ได้ว่าความเจ็บปวดจะมากแค่ไหน เลยตกใจกลัว เคยตกลงกับเอ็ดเวิร์ด(สามี)ไว้ว่า ถ้าปวดจนทนไม่ไหวเกดจะส่งสัญญาณด้วยการพูดชื่อหมาที่บ้าน ‘วอดก้า’ แต่กว่าเอ็ดเวิร์ดจะเข้าใจต้องกระชากคอเสื้อกันเลยทีเดียว ที่สุดขอบล็อกหลัง ไม่เอาแล้วคลอดในน้ำหรือนั่งยองๆ ฉันขอนอนหงายธรรมดานี่แหละ(หัวเราะ)

“เรื่องเดียวที่ได้ทำอย่างที่มีคนแนะนำคือพอคลอดแล้ว ยังไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ให้อุ้มลูกมาวางบนอกแม่ ประมาณ 20 นาทีเขาจะค่อยๆ ไถไปหานมแม่เองตามสัญชาตญาณของเด็ก ปรากฎว่าพอเกดวางลูกไว้ที่อก เขาค่อยๆ ใช้หน้าไถ กระดึ๊บๆ มากินนมเองจริงๆ มหัศจรรย์มาก ความรู้สึกที่ว่า ‘ฉันเป็นแม่แล้ว’ ทำให้น้ำตาคลอ

IMG_0781

“สกายคลอดด้วยน้ำหนัก 3,800 กรัม สมบูรณ์มาก ที่เกดตั้งชื่อนี้ให้ลูกเพราะรู้สึกว่าความหมายดี แปลว่าท้องฟ้าเหมือนชื่อเมทินีของเกด”

ซินดี้-สิรินยา : เล่าถึงการคลอดลูกสาวคนโต น้องเลล่า คาเมน บิชอฟ ในวันแถลงข่าวคลอดลูกที่โรงพยาบาลสมิติเวช (ขอบคุณที่มาภาพ : IG@cindysirinya และนิตยสาร VOLUME)

IMG_0785_1

“เลล่าถือเป็นของขวัญวันเกิดที่วิเศษที่สุด จริงๆ กำหนดคลอดน้องจะเป็นวันที่ 30 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันเกิดซินดี้ ยังลุ้นอยู่ว่าแม่ลูกจะมีวันเกิดร่วมกันหรือเปล่า แต่น้องเขาไม่อยากมี อยากมีเป็นของตัวเอง

“ซินดี้อุ้มท้องมา 9 เดือนแบบสบายมาก ไม่แพ้ไม่เจ็บ มาเจ็บเอาตอนคลอดนี่แหละ เพราะเราคลอดลูกเอง จำได้เลยว่าเหนื่อยมาก เจ็บท้องอยู่ประมาณ 40 ชั่วโมง ตั้งแต่คืนวันเสาร์ เป็นอาการเจ็บอย่างสม่ำเสมอทุกๆ 10 นาที ยังคิดว่าจะรอให้เหลือทุกๆ 5 นาที เพื่อจะได้ไปโรงพยาบาลหรือให้น้ำเดิน แต่คืนนั้นทั้งคืนมันเจ็บถี่ลงมาแค่ 7 นาที ยังไม่ถึง 5 นาทีสักที

“คืนนั้นทั้งคืนไม่ได้นอนเลย แถมพอถึงตอนเช้าความเจ็บก็เริ่มห่างออกไปอีก สรุปซินดี้เจ็บท้องทั้งคืนวันเสาร์และวันอาทิตย์ทั้งวัน จนมาคืนวันอาทิตย์ค่อยกลับมาเริ่มเจ็บถี่อีกครั้ง กระทั่ง 6 โมงเช้าของวันจันทร์ ค่อยเจ็บกระชั้นเข้ามาเป็น 5 นาที นั่นแหละเราถึงไปโรงพยาบาล

“พอถึงคุณหมอก็เช็คว่าปากมดลูกเปิดมา 4 ซม.แล้ว ก็ดีใจนะ แต่ตอนนั้นซินดี้เริ่มเพลียหมดแรงแล้ว จนถึงช่วงที่ปากมดลูกเปิดได้ 6 ซม. เป็นอะไรที่เจ็บและทรมานที่สุดในโลก แถมไม่เปิดไปมากกว่านั้นแล้ว ซึ่งทั่วไปปากมดลูกต้องเปิด 10 ซม. เหมือนกับว่าร่างกายเราไม่ไหวจริงๆ ด้วยความที่ไม่ได้นอนติดกันหลายวัน ประมาณ 57 กว่าชั่วโมงได้

“คุณหมอบล็อกหลังให้ซินดี้ตอนบ่ายโมง พอบ่าย 3 ปากมดลูกก็เปิดเต็มที่ จากนั้นเราก็เข้าห้องคลอดไปแค่ 20 นาที เบ่งปุ๊บก็ออกมาเลย

IMG_0814

“ที่ตัดสินใจคลอดแบบธรรมชาติ เพราะซินดี้มองว่ามันเป็นอะไรที่ธรรมชาติ เป็นความมหัศจรรย์ของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าแม่จะได้ผ่านประสบการณ์ตรงนั้น ซึ่งผู้หญิงโบราณก็ทำแบบนี้มานานแล้ว เราก็เลยอยากมีประสบการณ์ตรงนั้นบ้าง สำคัญคือเด็กจะได้อะไรจากการคลอดธรรมชาติเยอะ ทั้งแอนตี้บอดี้และภูมิต้านทานจากคุณแม่ผ่านทางช่องคลอด

IMG_0813

“เลลาคลอดออกมาด้วยน้ำหนักตัวแรกเกิด 3.37 กิโลกรัม ยาว 52 ซม. เรียกว่าสมบูรณ์มาก ยาวมาก และที่ตั้งชื่อเขาว่า เลล่า คาเมน บิชอพ เพราะคำว่า ‘เลล่า’ เป็นคำมาจากภาษาอารบิก แปลว่าค่ำคืนที่สวยงาม หรือไม่ก็ผู้หญิงผมดำที่สวยงาม ส่วน คาเมน เป็นชื่อของคุณป้าซินดี้ค่ะ”

กบ-สุวนันท์ : เล่าถึงการคลอดลูกสาว น้องปุณณดา ปุณณกันต์ ในแพรว ฉ.25 ม.ค.55 โดยมีคุณบรู๊ค-ดนุพรช่วยเสริมในรายละเอียด (ขอบคุณที่มาภาพ : IG@kob_nada_nadol)

 fashion1

คุณกบเล่าก่อน “วันนัดผ่าตัด คุณหมอเริ่มจากล็อกหลัง ระหว่างนั้นพี่บรู๊คยังอยู่ด้วย คอยจับมือให้กำลังใจ แต่พอจะคลอดมีคุณหมอมาเต็มห้องเลย พี่บรู๊คจึงออกไปคอยข้างนอก”

คุณบรู๊คอธิบาย “ที่คุณหมอมากันเยอะ เพราะกบมีปัญหาเรื่องรก เขาเรียกรกเกาะต่ำ ทำให้ลูกไม่กลับหัว คุณหมอเกรงว่าถ้าปล่อยต่อไปอาจจะทำให้เลือดออก และอันตรายได้ทั้งแม่และลูก คุณหมอก็เลยขอที่จะผ่า เป็นเคสที่มีความเสี่ยงมาก ก่อนวันคลอดต้องเจาะเลือดเก็บไว้เผื่อเลือดออกมากจะได้มีเลือดสำรอง และต้องใช้หมอหลายแขนงมาช่วยทำคลอดเผื่อกรณีฉุกเฉิน ผมดูสถานการณ์แล้วเข้าใจว่า หมอน่าจะไม่อยากให้เราอยู่ เพื่อจะได้ตัดสินใจโดยไม่กังวลเรื่องเรา”

IMG_0821

คุณกบเล่าต่อ “พอบล็อกหลังแล้ว กบหนาวมากจนฟันกระทบกันกึกๆ เข้าใจว่าเป็นผลจากยา ระหว่างผ่าตัด คุณหมอบรรยายให้ฟังตลอดว่า ผ่าแล้วนะ เห็นตัวเด็กแล้วนะ ระหว่างนั้นกบสวดมนต์ให้ลูกเพราะอยากให้วันแรกที่เขาลืมตาดูโลกเป็นวันที่ดี สักพักคุณหมอบอกว่า เด็กออกมาแล้วนะ กบคิดในใจว่าทำไมไม่ได้ยินเสียงลูกละ แต่พักเดียวก็ได้ยินเสียงอุแว้ ได้ยินปุ๊บกบน้ำตาไหลเลย ทั้งดีใจและโล่งใจที่เขาปลอดภัย

IMG_0825

“วินาทีแรกที่เห็นลูก เห็นหน้าแป้นๆ กลมๆ สั้นๆ ยังคิดว่านึกว่าจะน่ารักกว่านี้(หัวเราะ)  ที่ตลกคือก่อนถึงวันคลอดกบเตรียมคำพูดแรกไว้พูดกับลูกในวันที่เราเจอกัน อาจเป็น แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะลูก หรือ สุขสันต์วันเกิดนะลูก แต่ถึงเวลากลับนึกไม่ออก จึงพูดออกไปด้วยความเคยชินว่า ‘แม่อยู่นี่นะลูก’ เพราะเป็นคำที่เรามักพูดบ่อยๆ เวลาเขาดิ้นในท้อง

IMG_0819

“ชื่อปุณณดา กบเป็นคนคิด แปลว่าความสมบูรณ์เต็มพร้อมในตัวเอง จริงๆ กบคิดไว้หลายชื่อมาก แต่สุดท้ายมาลงตัวที่นำคำขึ้นต้นนามสกุล ‘ปุณณกันต์’ มาผสมกับ ‘ด’ ซึ่งเป็นตัวอักษรในชื่อ ‘ดนุพร’ ของพี่บรู๊ค”

ไก่-มีสุข : เล่าถึงการคลอดลูกสาว น้องนามรูป คุณดิลกชัยพัฒน์ ในวันแถลงข่าวคลอดลูกที่โรงพยาบาลสมิติเวช(ขอบคุณที่มาภาพ : IG@kaimeesuk)

IMG_0791“ก่อนหน้านี้เวลามีคนถามว่า ตื่นเต้นไหม เราก็จะตอบว่าไม่ จนถึงช่วงหนึ่งเดือนก่อนคลอดนี่แหละที่เริ่มรู้สึกตื่นเต้น พอตีสองของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ก็เริ่มมีสัญญาณเตือนว่าใกล้จะคลอด แต่ที่ศึกษามาการเจ็บเตือนจะไม่ถี่อย่างที่เราเป็น ของเราทุกห้านาที ปวดมากจนต้องโทรหาคุณหมอว่าแบบนี้เรียกว่าใกล้คลอดแล้วหรือเปล่า คุณหมอบอกว่าได้แล้ว เลยเดินทางไปโรงพยาบาลเมื่อประมาณตีสาม แต่ช่วงที่ปวดที่สุดและคิดว่าจะต้องคลอดแน่ๆ คือช่วง ตี 5.00-7.00 น. เพราะไก่เริ่มมีอาการเท้าเกร็ง ปากสั่น ทรมานมาก ตอนนั้นคิดเลยว่าขอมีลูกแค่คนเดียว

IMG_0790

“พอเที่ยงหมอให้เข้าห้องผ่าตัด  ตอนแรกไก่ยังอยากจะคลอดเองตามธรรมชาติ ซึ่งคุณหมอก็บล็อกหลังให้ ไก่ก็พยายามเบ่งคลอดตั้งแต่เที่ยงถึงบ่ายสอง แต่หัวน้องไม่ยอมออกมา สุดท้ายจึงตัดสินใจผ่าคลอดในเวลา 14.59 น.

IMG_0792

“ตอนแรกไก่ยังไม่เห็นหน้าลูก แต่ได้ยินเสียงร้องดังลั่นก็โล่งใจ รู้สึกว่าเขารอดตายแล้ว ที่ใช้คำนี้เพราะว่าช่วงที่กำลังพยายามเบ่งคลอด แล้วเขาไม่ยอมออกมานั้น หัวใจของเขาเต้นช้าลง เพราะตัวน้องไปทับสายสะดือ จนพยาบาลต้องเรียกคุณหมอมาด่วน คุณหมอก็ให้ไก่พยายามพลิกตัวให้สายสะดือคลาย เราก็ใจไม่ดี ห่วงลูกมาก จนสุดท้ายก็คลายสายสะดือได้ จึงได้เริ่มผ่าคลอด และทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี  น้ำหนักตัวเขา 3,025 กรัม ผิวขาว ชมพูใส แก้มยุ้ยน่ารัก

“ที่ไก่ตั้งชื่อน้องว่า ‘นามรูป’ ซึ่งแปลว่าวงรอบของจิต หรือที่เรียกว่าปฏิจสมุปทาน โดยใช้เป็นทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น เพราะเราทั้งสองคนศึกษาทางธรรมทั้งคู่ เลยอยากให้ลูกมีชื่อที่เมื่อคนถามถึงที่มา เขาจะสามารถอธิบายความหมายชื่อของเขาได้ ถ้าเขาอธิบายได้ก็หมายถึงเขาเข้าใจตนเอง เข้าใจชีวิตและหลักคำสอนของพุทธศาสนา จนสามารถอธิบายต่อไปยังผู้อื่นได้เข้าใจค่ะ”

ขอบคุณข้อมูลจาก www.praew.com

praew_logo

Comments

comments

Comments are closed.