น้ำเปล่า ก็ต้องเลือก

0

น้ำเปล่า ก็ต้องเลือก

ในเมื่อจะเป็นคนรักสุขภาพทั้งที การปฏิเสธน้ำอัดลมและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด แล้วหันมาดื่มแต่น้ำเปล่าเป็นนิสัยอย่างเดียวนั้นไม่พอ เพราะควรตระหนักเพิ่มอีกอย่างด้วยว่า ไม่ใช่ว่าน้ำเปล่าจากไหนก็ดื่มได้ และการถาม-ตอบข้างล่างนี้จะบอกว่าทำไมเราถึงกล่าวเช่นนั้น

Q น้ำประปาดื่มได้หรือไม่?
A

จริงอยู่ว่ารัฐจัดบริการน้ำสะอาดได้มาตรฐานตามเกณฑ์องค์การอนามัยโลกให้ประชาชนได้อาบและดื่มกันได้ แต่อะไรที่เรามองไม่เห็น เราก็ไม่เคยไว้ใจได้เต็มร้อยใช่หรือไม่ ยิ่งหนทางที่กว่าน้ำจะมาถึงเรา แม้แต่ก๊อกในบ้านเราเอง ข้างในก็ไม่รู้ว่ามีสารโลหะหนักหรือเชื้อจุลินทรีย์ที่พร้อมจะกระโจนลงน้ำประปาที่ไหลผ่านแล้วลงสู่ท้องเราหรือไม่ แม้แต่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างสหรัฐฯ ผู้คนยังไม่วางใจน้ำประปาขนาดเปิดก๊อกดื่มกัน ทำให้มีน้ำดื่มบรรจุขวดขายกว่า 400 ยี่ห้อ ฉะนั้นแล้วเมื่ออยู่บ้าน แม่บ้านที่อยากประหยัดอย่าลืมต้มน้ำประปาให้เดือดอย่างน้อย 5 นาที แล้วจึงค่อยกรอกใส่ขวดให้สมาชิกในบ้านดื่ม เวลาออกไปกินอาหารนอกบ้าน (ยิ่งเป็นข้างถนนด้วยแล้ว) ก็ควรเช็กว่าร้านค้าไม่ได้เสิร์ฟน้ำประปาจากก๊อกด้วยนะ

Q น้ำดื่มบรรจุขวดเลือกอย่างไร?
A

ปัจจุบันมีน้ำดื่มบรรจุขวดวางเรียงรายในตู้ร้านสะดวกซื้อมากขึ้นหลายยี่ห้อ เพราะการผลิตไม่ยุ่งยากและตลาดยังขยายตัวได้เรื่อยๆ ยังไม่นับรวมถึงน้ำดื่มตามร้านอาหารและสินค้าต่างๆ ที่ใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างแบรนด์ หรือในงานอีเวนต์ที่แจกน้ำดื่มในชื่อแบรนด์ของลูกค้าที่จ้างจัดงาน เป็นต้น ทั้งนี้ ในฐานะผู้ดื่มควรเช็กสักหน่อยก่อนบิดฝารินใส่ปากว่าที่ขวดมีเครื่องหมาย อย. หรือไม่ เพราะน้ำถือเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ ต้องขออนุญาตผลิต อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีตรา อย. ก็ยังปลอมแปลงกันได้ น้ำขวดที่ดีต้องอยู่ในขวดที่สะอาด ไม่รั่วซึม หรือมีรอยสกปรก ถ้าเป็นขวดพลาสติก ฝาปิดต้องสนิทและมีพลาสติกรัดอีกชั้นหนึ่ง ไม่มีร่องรอยว่ามีการเปิดใช้ และหากเป็นชนิดถังต้องมีห่วงพลาสติกผนึกรอบฝาจุกกับปากถัง ส่วนสภาพของน้ำต้องใสสะอาด ไม่มีตะกอน ไม่มีสิ่งเจือปนอื่นๆ ไม่มีสี กลิ่น หรือรสที่ผิดปกติ ควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้ ส่วนการเก็บรักษาก็สำคัญ ไม่ควรวางปะปนกับผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย เพราะสามารถออสโมซิสดูดซับสารพิษรอบตัวได้อย่างไรก็ตาม น้ำดื่มบางยี่ห้ออาจมีรสชาติ ด้วยปริมาณอัลคาไลน์ (Alkaline) และค่า pH ความเป็นกรดด่างที่ผู้ผลิตตั้งใจให้มีเพื่อคงแร่ธาตุในน้ำไว้ หรืออาจเติมวิตามินบางชนิด ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนประกอบเพิ่มเติมเหล่านี้ต้องแสดงอย่างชัดเจนบนฉลากสำหรับผู้บริโภคอย่างเราก็เลือกชิมรสน้ำเปล่าที่ถูกใจได้

Q น้ำแร่ดีกว่าน้ำธรรมดาจริงหรือ?
A

น้ำแร่ (Mineral Water) ที่มีราคาแพงกว่าน้ำธรรมดาและมาในขวดที่ดูหรูหรากว่านั้น นายสุพจน์ เจิมสวัสดิพงษ์ อธิบดี กรมทรัพยากรน้ำบาดาล สรุปความสั้นๆ ว่าคือน้ำบาดาลนั่นเอง เพียงแต่มีแร่ธาตุใดแร่ธาตุหนึ่งมากเป็นพิเศษ และเตือนว่าหากดื่มทุกวันก็มีผลให้ร่างกายเสียสมดุลได้ เช่น น้ำแร่ที่มีฟลูออไรด์ช่วยบำรุงรักษาฟันและกระดูก แต่หากมีมากเกิน 0.7 มิลลิกรัม จะทำให้ฟันตกกระในเด็กที่อายุต่ำกว่า 7 ขวบ ส่วนผู้ใหญ่จะทำให้กระดูกผิดปกติ นอกจากนี้คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ยังได้เขียนบทความเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ระบุว่าผู้ป่วยบางโรคก็ไม่เหมาะที่จะดื่มน้ำแร่ เช่น โรคไต หัวใจ หรือความดันโลหิตสูง เป็นต้น ถ้าไม่มั่นใจว่าแต่ละวันกินอาหารได้ครบตามหลักโภชนาการหรือไม่ หรือวันใดรู้สึกอ่อนเพลีย ก็ไม่ผิดที่จะเลือกดื่มน้ำแร่โดยเลือกแบรนด์ที่น่าเชือถือ (น้ำแร่จากฝั่งยุโรปได้รับการยอมรับมากที่สุด) ก็มีวิธีดื่มน้ำแร่ที่ถูกต้องอยู่ 2 วิธีคือ ดื่ม 1 ลิตรภายใน 30 นาทีขณะท้องว่าง ซึ่งการดื่มน้ำแร่วิธีนี้จะใช้กับน้ำแร่ชนิดที่หวังผล เช่น เพื่อขับนิ่วออกจากร่างกาย (น้ำแร่ที่มีซัลเฟต-ไบคาร์บอเนตสูง) หรือดื่มน้ำแร่ 500 มล. และทยอยดื่มทีละ 10 มล. ต่อน้ำหนักตัว 1 กก. โดยจิบน้ำน้อยๆ ขณะอ่อนเพลีย หรือพร้อมมื้ออาหาร ทางที่ดีไม่ควรดื่มน้ำแร่ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่งซ้ำเป็นประจำติดต่อกัน เพราะจะได้รับแร่ธาตุตัวใดตัวหนึ่งมากเกินความจำเป็นและส่งผลเสียต่อร่างกายแทนที่จะได้ประโยชน์ไป

ขอบคุณข้อมูลจาก www.lisaguru.com

lisaguru-logo

Comments

comments

Comments are closed.