เลือกซื้อสายชาร์จโทรศัพท์ให้ดีที่สุด เพียงมีเคล็ดลับอย่างนี้

0

ปัญหาของการใช้สายชาร์จโทรศัพท์คือสายพังไว ด้านในสายเสื่อม ซิงค์ข้อมูลติดๆ ดับๆ ชาร์จไฟไม่เข้า หรือชาร์จเข้าแต่ช้า ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีผลมาจากสายชาร์จทั้งสิ้น เช่น สายที่ใช้ไม่มีคุณภาพ หรือภายในเสื่อมแล้วทั้งที่ภายนอกยังดูดีอยู่ ดังนั้นหากไม่อยากเสียเงินซื้อเปลี่ยนใหม่บ่อยๆ ก่อนการซื้อให้ตรวจสอบคุณภาพดังนี้

สายขาร์จโทรศัพท์-02

1. ต้องรองรับปริมาณกำลังไฟ

เคยเจอใช่มั้ยว่า ทำไมซื้อสายชาร์จมาแล้วชาร์จไม่เข้า หรือชาร์จเข้าช้า หรือสายพัง นั่นอาจเป็นเพราะตัวสายชาร์จไม่รองรับปริมาณกำลังไฟที่ส่งผ่านมานั่นเอง แนะนำว่าควรเลือกสายชาร์จที่เหมาะสมกับตัวอแดปเตอร์ให้มากที่สุด อย่างเช่น หากใช้อแดปเตอร์ที่เป็นแบบ Fast Charge ก็ควรเลือกสายที่เป็นแบบเดียวกันด้วย หรือไม่ควรใช้สายที่มีขนาดเล็ก หากต้องใช้ถ่ายไฟที่มีกำลังไฟสูง เพราะอาจทำให้สายกรอบและขาดได้

2. คุณภาพของสาย

ควรเลือกซื้อสายชาร์จที่มีคุณภาพดี แข็งแรง ทนทาน ไม่หักงอ แตกง่ายๆ จนสายด้านในขาดได้ง่ายๆ อีกทั้งหัวชาร์จของสายควรมีความทนทานต่อความร้อนและกระแสไฟได้ดี เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานและปลอดภัยมาก แนะนำให้เลือกสายชาร์จที่มีการห่อหุ้มสายไฟภายในแบบหนา ส่วนช่วงหัวผลิตจากอะลูมิเนียม อัลลอยด์ เพื่อความทนทานในการการใช้งานสูงสุด

3. ความยาวและสั้นของสาย

ปัจจุบันตัวสายชาร์จมีทั้งแบบสั้นและยาว ซึ่งไม่ได้ส่งผลต่อการชาร์จเร็วหรือช้าทั้งสิ้น แต่การจะเลือกใช้แบบไหนขึ้นอยู่กับรูปแบบการใช้งาน เช่น หากจะพกพาก็เลือกใช้สายสั้นดีกว่า เพราะคล่องตัวมากกว่า และไม่เกะกะ ในขณะที่หากเล่นมือถือไป นอนเล่นไป ดูโทรทัศน์ไป หรือปลั๊กชาร์จอยู่ห่างตัว ก็เลือกใช้สายยาวเพื่อป้องกันไม่ให้สายถูกกระตุก จนทำให้สายหักหรือขาดได้

4. ไม่มีปัญหาเวลาซิงค์ข้อมูล

ก่อนการซื้อสายชาร์จโทรศัพท์ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า สามารถใช้ถ่ายโอนข้อมูลได้ซึ่งสายควรต้องสามารถอ่านข้อมูลและถ่ายโอนข้อมูลได้เป็นอย่างดี เพราะคงไม่ดีแน่หากเสียบแล้วติดๆ ดับๆ หรือไม่สามารถซิงค์กับตัวคอมพิวเตอร์ได้เลย เพราะนั่นแสดงถึงความไม่มีคุณภาพที่ดีพอ หรือสายชำรุด

5. การรับประกัน

ควรเลือกซื้อสายชาร์จที่มีการรับประกัน เพื่อความมั่นใจว่า หากใช้ไปแล้วสายเกิดชำรุด ก็สามารถเปลี่ยนหรือเคลมกับทางผู้ขายได้ตลอดเวลา แต่ทุกวันนี้หากซื้อกับทางร้านค้า มักจะรับประกันเพียงแค่ 3-7 วัน ซึ่งเรียกว่าแทบไม่ได้มีการรับประกันเลย ในขณะที่แบรนด์คุณภาพมีการรับประกันหลายเดือนหรือบางแบรนด์รับประกันเป็นปี

สรุป การเลือกซื้อสายชาร์จโทรศัพท์ควรเลือกที่เหมาะกับรุ่นของโทรศัพท์ และอย่าซื้อที่ราคาถูกจนเกินไป เพราะมักจะมีคุณภาพที่ไม่ดี พังไว และการที่ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่บ่อยๆ ก็ไม่ได้ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ทำให้สิ้นเปลืองมากขึ้นไปอีก ควรเลือกสายชาร์จที่เป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ในราคาที่เราสามารถเอื้อมถึงได้ เพื่อให้สายชาร์จอยู่กับเราไปนานๆ ได้คุณภาพ และไม่ส่งผลกระทบต่อโทรศัพท์ของเราด้วยนะคะ

เลือกซื้อสายชาร์จโทรศัพท์มือถือ ได้ที่ Weloveshopping

สายชาร์จ-04 สายชาร์จ-03 สายชาร์จ-02 สายชาร์จ-01
shop-now (1) shop-now (1) shop-now (1) shop-now (1)

62 total views, 1 views today

Comments are closed.