Sleeping for Skin ผิวสวยยามนิทรา

0

Sleeping for Skin ผิวสวยยามนิทรา

ผิวพรรณที่เราเฝ้าฟูมฟัก ทะนุถนอมให้สวยนวลเนียนอยู่ตลอดด้วยทรีตเมนต์ชั้นดี ครีมบำรุงผิวชั้นเลิศนั้นจะไร้ผลในทันทีถ้าขาดการนอน และไม่ใช่เพียงหลับให้พอหายเหนื่อยเท่านั้น การนอนให้มีคุณภาพสำคัญต่อความสวยอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่แน่ปัญหาผิวที่เรื้อรังของคุณอาจมาจากสาเหตุเล็กๆ อย่างพฤติกรรมการนอนที่ผิดๆ ก็ได้
1
“ Talk to The Doctor “

การนอนสัมพันธ์กับผิวพรรณ

“เราเคยได้ยินกันอยู่เรื่อยๆ นะครับ ช่วงที่เรานอนน้อย ผิวก็จะไม่สดชื่น แต่งหน้าไม่ติด หรือมีใต้ตาคล้ำๆ ได้ จริงๆ มันมีวิทยาศาสตร์การแพทย์ซ่อนอยู่ในนั้น” นพ. สมิทธิ์ อารยะสกุล กล่าว เพราะขณะที่นอนหลับร่างกายไม่ได้มีการปิดเหมือนเครื่องยนต์ แต่ร่างกายยังทำงานอยู่ และก็ทำงานหลายอย่างเลยที่เกี่ยวข้องกับผิวพรรณ อิทธิพลของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นในการนอน ที่เป็นตัวแปรให้สภาพผิวเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางต่างๆ

Growth Hormone

ในผู้ใหญ่โกรว์ธฮอร์โมนมีบทบาทเรื่องความอ่อนเยาว์ซึ่งโกรว์ธฮอร์โมนจะหลั่งช่วงประมาณสี่ทุ่มจนถึงตีสองและเป็นช่วงเวลาที่เราหลับสนิทเท่านั้น ถ้าไม่ได้นอนในช่วงนี้ หรือว่าร้ายกว่านั้นคือนอนหลังตีสอง ทำให้ช่วงเวลาการหลั่งโกรว์ธฮอร์โมนน้อยลง ซ่อมแซมผิวไม่ทัน จึงเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย

Cortisol Hormone

เกิดขณะมีความเครียด หรือเมื่ออดนอน คอร์ติซอล จะหลั่งออกมา เพื่อให้เราฝืนตัวเองให้ยังตื่นอยู่ได้มีฤทธิ์ทำให้เกิดรอยคล้ำตามร่างกายในที่ต่างๆ ได้ทั้งใต้ตา รักแร้ ขาหนีบ ผิวพรรณหม่นหมอง

Melatonin Hormone

เป็นฮอร์โมนที่หลั่งเพื่อให้เราหลับสนิทตามธรรมชาติเมลาโทนินกับคอร์ติซอลจะไม่ถูกกัน ถ้าคอร์ติซอลมาเมลาโทนินก็จะไม่มา เมื่อไรที่เราหลับสนิทเมลาโทนินจะมาหยุดคอร์ติซอล ทำให้เราหลับลึก ตื่นมาเฟรชและยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการหลั่งโกรว์ธฮอร์โมน และตัวเมลาโทนินเองก็เป็นแอนตี้ออกซิแดนต์ใช้ขับสารพิษออกจากร่างกาย

นอนให้มีคุณภาพได้อย่างไร

นพ. สมิทธิ์แชร์ข้อมูลงานวิจัยเรื่องการนอนที่มีคุณภาพว่า “มีการวิจัยที่พยายามหาจำนวนชั่วโมงที่เหมาะสม ก็พบว่าเวลานอนของแต่ละบุคคลไม่เท่ากันแต่มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 6-8 ชั่วโมง ไม่มากและไม่น้อยไปกว่านี้ โดยวิธีสังเกตเวลานอนที่เพียงพอต่อตัวเรา คือเมื่อตื่นขึ้นมาสดชื่นมั้ย อันที่หนึ่ง อันที่สองคือช่วงบ่ายง่วงนอนหรือเปล่า อันที่สาม คือถ้าอยู่ในที่นิ่งๆ เย็นๆ เช่น ฟังเลกเชอร์ ดูหนัง เราหลับหรือเปล่า ถ้าใครที่เป็นอย่างนั้นตลอดแสดงว่าการนอนของคุณไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ซึ่งมีวิธีแก้ไขดังนี้…”

ไม่นอนร่วมกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

การเล่นโทรศัพท์ การดูโทรทัศน์ เล่นคอมพ์ การที่เรากระตุ้นตัวเองด้วยแสงและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้เราตื่นไปอีกหนึ่งชั่วโมงครึ่งโดยเฉลี่ย ฉะนั้น ให้ปิดอุปกรณ์เหล่านี้ก่อนนอนหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

ไม่ผูกมิตรกับกาเฟอีน

เครื่องดื่มกาเฟอีนอย่างกาแฟ โคล่า ฤทธิ์มันยาวถึง 8 ชั่วโมง ถ้าอยากให้การนอนเป็นปกติ หยุดกาแฟหรือชาแก้วสุดท้ายที่บ่าย 2 แถมพวกนี้ยังมีฤทธิ์การขับปัสสาวะด้วย ทำให้ตื่นขึ้นมาปัสสาวะกลางดึกนอนได้ไม่ต่อเนื่อง และอีกตัวคือสุรา แต่จะมีฤทธิ์สั้นกว่ากาเฟอีน อยู่ได้เฉลี่ยประมาณ 1-2 ชั่วโมง

นอนมากก็ใช่ว่าจะเวิร์ก

มีงานวิจัยจากต่างประเทศบอกว่าการนอนมากเกินไปแฝงสัญญาณบางอย่าง อาจไม่เกี่ยวกับเรื่องผิวโดยตรง นั่นคือปัญหาเรื่องซึมเศร้า ร่างกายจะเสียสมดุล พอสุขภาพจิตไม่ดี ความกระตือรือร้นในการดูแลตัวเองก็จะลดลงไป

SOS Situation

เหล่าเวิร์กกิ้งวูแมนทั้งหลาย แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าการนอนไม่เพียงพอนั้นทำร้ายผิวแค่ไหน แต่ไลฟ์สไตล์กลับไม่เอื้ออำนวย ทั้งตารางงานที่แน่น ไหนจะเดินสายปาร์ตี้แล้วยังต้องแบ่งเวลาให้ครอบครัว ฉะนั้น ต้องใส่ใจผิวอีกเป็นเท่าทวีคูณ

Problem 1 : นอนน้อย

ถ้าเอา 6 ชั่วโมงเป็นตัวตั้งแล้ว การนอนน้อยกว่านั้นอาจส่งผลให้รู้สึกไม่ค่อยสบายผิว แต่ก็ยังไม่หนักหนาเท่าไหร่ อาจมีอาการใต้ตาแห้ง หรือรอยเหี่ยวที่ถุงใต้ตาบ้าง วิธีแก้ไขก็คือให้ใช้สำลีชุบโลชั่นโปะไว้ที่ตาก่อนสัก 5 นาที หรือหากมีปัญหาตรงจุดอื่นอย่างรูขุมขนข้างแก้มก็ใช้วิธีเดียวกันนี้ได้

Problem 2 : นอนไม่พอ

การนอนน้อยติดต่อกันหลายๆ วัน จะรู้สึกได้ถึงรูขุมขนที่กว้าง ผิวที่แห้งผาก จนทาครีมบำรุงอะไรก็เอาไม่อยู่เกิดหน้าลอกเป็นขุยๆ ระหว่างวัน หนำซ้ำยังแต่งหน้าไม่ค่อยติด ต้องหาเวลาพักฟื้นให้ด่วนที่สุด คือพยายามดึงเวลานอนกลับมาให้พอ ลดเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนทั้งปวง ส่วนการบำรุงผิวอย่างก็ที่บอก ไม่ว่าจะประโคมอะไรก็หายหมด ลองหามาส์กหน้าชนิดเข้มข้นมาใช้ทุกวัน ก่อนนอนจนกว่าผิวจะดีขึ้น หรือหากมีเวลาก็มีทรีตเมนต์จำพวกฟื้นฟูผิว ผลักวิตามินต่างๆ แต่เว้นเลเซอร์ไว้ก่อนเพราะร่างกายยังไม่แข็งแรงพอที่จะซ่อมแซมตัวเอง

Problem 3 : ไม่ได้นอน

แม้จะแค่คืนเดียวที่อยู่ถึงเช้าแต่พลานุภาพการทำร้ายผิวนั้นรุนแรง ต้องใช้เวลาฟื้นฟูผิวกันอยู่หลายวัน ไล่ตั้งแต่ผิวแห้ง รูขุมขนกว้างหย่อนคล้อย และหมองคล้ำ มีแต่พังกับพัง ทางที่เซฟที่สุดคือล้างหน้าให้สะอาดไว้ก่อน อย่าข้ามคืนไปกับเมกอัพ เมื่อล้างหน้าสะอาดแล้ว ลงบำรุงผิวแล้วตบด้วยออยล์เป็นขั้นตอนสุดท้ายเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว และหากผิวดูล้ามากๆ ก็พอกมาส์กครีมไว้เลย เมื่อเช้ามาแล้วต้องออกไปข้างนอก ให้ทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงเสียหน่อย เพราะผิวที่อ่อนแอจะไวต่อแดดมาก

ขอขอบคุณข้อมูลจาก lisaguru.com

lisaguru-logo

Comments

comments

Comments are closed.