ข้อมูลเบื้องต้นการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์

0

การขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน ถือเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากเราไม่มีการตระหนักถึงความปลอดภัย ก็อาจทำให้ผู้อื่นและตัวเองได้รับบาดเจ็บ เกิดอันตรายจนถึงแก่ชีวิตได้ และไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ผู้ขับขี่ก็ต้องมีใบอนุญาตในการสัญจรบนท้องถนน เพื่อเป็นการยืนยันว่าได้รู้กฎข้อบังคับจราจร สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องตัว ดังนั้น ก่อนที่เราจะขับจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์จริง จะต้องมีการสอบใบขับขี่ให้ผ่านเสียก่อน เราจะมาอธิบายถึงข้อมูลเบื้องต้นของการสอบใบขับขี่จักรยายนต์กันว่าต้องมีการเตรียมตัว ทดสอบอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

จักรยานยนต์

คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครสอบใบขับขี่

  • ผู้ที่จะสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีขึ้นไป
  • ไม่มีความบกพร่องทางรายกาย เช่น ตาบอด ตาบอดสี หรือหูหนวก

สถานที่ยื่นคำขอทำใบขับขี่

  • ผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ สามารถยื่นคำขอได้ที่สำนักทะเบียนและภาษีรถ กรมการขนส่งทางบก สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 1,2,3 และ 4
  • ผู้ที่ภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอที่สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา กรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งเขตใดเขตหนึ่งก็ได้ (มีระบบออนไลน์ถึงกันหมด)

เอกสารการยื่นขอสอบใบขับขี่

  • บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
  • กรณีไม่มีบัตรประชาชน ให้ใช้บัตรข้าราชการ หรือหลักฐานอื่นๆ ที่ใช้แทน พร้อมสำเนา
  • ใบรับรองแพทย์ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน
  • สำเนาทะเบียนบ้าน
  • ใช้รูปถ่ายสี 1 นิ้ว จำนวน 2 ใบ มีอายุไม่เกิน 6 เดือน

ขั้นตอนในการขอสอบใบขับขี่

  • การขอสอบใบขับขี่ใช้ระยะเวลา 2 วันทำการ โดยมีขั้นตอนทั้งหมด ดังนี้
  • รับบัตรคิวสอบใบขับขี่ ได้ที่กรมการขนส่งทางบกใกล้บ้านท่าน
  • นำเอกสารที่เตรียมมายื่นต่อเจ้าหน้าที่
  • ทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย
  • ทดสอบตาบอดสี โดยให้เรียกชื่อสีหลังจากเห็นสัญญาณไฟจราจรจำลอง
  • ทดสอบสายตาทางลึก โดยการกดปุ่มเลื่อนเสา 2 เสา ให้อยู่ตำแหน่งตรงกัน
  • ทดสอบสายตาทางกว้าง เป็นการทดสอบการมองกระจกข้าง โดยการจ้องที่จุดสีตรงกลาง แล้วมีสีต่าง ๆ ขึ้นมาให้เห็นทางหางตาทั้งสองข้าง ให้ตอบให้ถูกต้องว่าสีที่หางตาคือสีอะไร
  • ทดสอบการใช้เท้า โดยการเหยียบคันเร่ง แล้วเหยียบเบรกหลังเห็นสัญญาณไฟแดง ต้องผ่านเกณฑ์ 2 ใน 3 ครั้ง
  • อบรมทฤษฎีการขับขี่รถยนต์ การอ่านป้ายจราจรต่าง ๆ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
  • และในปี 2560 จะเพิ่มเวลาอบรมจาก 4 ชั่วโมง เป็น 5 ชั่วโมง และเพิ่มข้อสอบอัตนัยจาก 50 ข้อ เป็น 60 ข้อ ส่วนในปี 2561 จะให้โรงเรียนสอนขับรถเอกชนกว่า 80 แห่งทั่วประเทศ ทำหน้าที่สอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแทนสำนักงานขนส่งและจะเพิ่มเวลาสอบนานขึ้นเป็น 15 ชั่วโมง
  • วันต่อมา ให้มารับบัตรคิวสอบปฏิบัติการขับขี่ ฟังการสาธิตการสอบ หากนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ไปเองให้นำไปจอดรอใกล้ ๆ สนามสอบ หากไม่มี ให้ทำเรื่องเช่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ได้

การสอบภาคปฏิบัติรถจักรยานยนต์

จักรยานยนต์

  • การเดินหน้าและหยุดรถ
  • การออกรถต้องซ้าย ขวา และด้านหลังก่อนทุกครั้ง การหยุดรถต้องจอดให้สนิทและเอาขาซ้ายลงวางกับพื้น
    การขี่รถซิกแซก
  • ขี่รถซิกแซกผ่านกรวยสีส้มที่วางอยู่ประมาณ 5 อัน โดยไม่ชน หรือทำกรวยล้ม
  • การทรงตัวบนทางแคบ
  • ขี่รถบนแท่นปูนซีเมนต์ หรือสะพานไม้แคบ ๆ กว้างประมาณ 30 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3 เมตร ให้ขี่ทรงตัวไปจนสุดทาง
  • การอ่านป้ายและทำตามกฎจราจร
  • เมื่อขี่รถและพบทางแยก ให้เปิดไฟเลี้ยว และเลี้ยวไปตามที่ป้ายจราจรบอกไว้ พบทางม้าลายให้จอดให้คนเดินข้าม โดยหยุดรถให้สนิท
  • เมื่อสอบปฏิบัติเสร็จแล้ว ให้ไปยื่นขอทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ได้เลย
  • ชำระค่าธรรมเนียมการทำใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 250 บาท และรอรับใบขับขี่ใหม่ได้เลย

เอกสารการต่ออายุใบขับขี่

  • ใบขับขี่ที่หมดอายุ การต่อใบขับขี่ต้องเข้าฟังอบรมประมาณ 2 ชั่วโมง เตรียมเอกสารให้พร้อม แล้วไปยื่นขอต่อใบขับขี่กับเจ้าหน้าที่ โดยหากใบขับขี่ขาดการต่ออายุไม่เกิน 1 ปี ให้เข้าฟังอบรม ทดสอบสมรรถภาพ และสอบข้อเขียนใหม่ หากใบขับขี่ขาดการต่ออายุเกิน 3 ปี จะต้องสอบใบขับขี่ใหม่ทั้งหมด
  • เอกสารในการต่อใบขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์
  • บัตรประชาชนตัวจริง พร้อมสำเนา
  • ใบขับขี่ใบเดิมที่หมดอายุ
  • ใบรับรองแพทย์ มีอายุไม่เกิน 1 เดือน
  • หากมีการย้ายทะเบียนบ้าน ให้นำสำเนาทะเบียนบ้านฉบับใหม่ไปด้วย

การต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์

  • ยื่นเอกสารขอต่อใบขับขี่
  • เข้าฟังการอบรม
  • ทดสอบสมรรถนะทางร่างกาย
  • ถ่ายรูป ทำบัตร
  • ชำระค่าธรรมเนียมการต่อใบขับขี่รถจักรยานยนต์ 355 บาท และรอรับใบขับขี่ใหม่ได้เลย

 

สำหรับใครที่ไปสอบใบขับขี่แล้วไม่ผ่าน ก็สามารถกลับไปสอบใหม่ได้ แต่ต้องมีระยะเวลาห่าง 3 วัน หลังจากการสอบครั้งสุดท้ายอย่างน้อยคุณคงจะพอที่รู้ถึงข้อสอบและการปฎิบัติมาบ้างแล้ว อย่างไรก็ตาม ในการสอบใบขับขี่รถจักรยานยนต์ ผู้สอบจะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ทั้งสุขภากายและใจ เอกสารการสมัคร และที่สำคัญต้องพกสมาธิไปด้วย และเมื่อได้ใบขับขี่มาแล้ว ก็อย่าลืมขับรถเคารพกฎจราจรกันด้วยนะค่ะ เพื่อความปลอดภัยองตัวคุณเองและผู้อื่น

ที่มา : ข้อสอบใบขับขี่.blogspot.com, kapook.com

เลือกซื้อและช้อปสินค้าของหมวดยานพาหนะและอุปกรณ์ตกแต่ง ได้ที่นี >ยานพาหนะและอุปกรณ์ตกแต่ง<

Comments

comments

Comments are closed.